
เกริ่นนำ.
ตำนานผู้กล้าแห่งโรโต้.. เป็นอีกหนึ่งสุดยอดเกม Jrpg ที่ถูกพัฒนาขึ้นในทุกๆด้านจากภาคก่อนหน้า.. ทั้งระบบอาชีพที่หลากหลายยิ่งขึ้น เนื้อเรื่องที่ยาวและเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น.. กลุ่มเพื่อนๆที่สามารถจ้างมาร่วมรบได้ทันทีตั้งแต่เริ่มเกมเลยทีเดียว.. ตามไทม์ไลน์แล้ว ภาค 3 นี้จะเป็นเหตุการณ์ก่อนภาค 1 และ 2 นะครับ.. บน Famicom ว่าทำออกมาดีมากๆแล้ว.. แต่ในภาครีเมกบน Super Famicom และ GameBoy Color ยิ่งสุดตีนยิ่งกว่า(เมื่อเทียบกับภาคก่อนหน้าอย่าง 1 และ 2)…. มันถูกอัพเกรดขึ้นถึงขั้นที่ชนิดว่า เป็มเกมระดับเกรด 5 ดาวเต็มบนเครื่อง Sfc เลยทีเดียว.. ส่วนตัวแอดมินให้คะแนนเต็มแบบไม่หักเลยครับ.. มันเพอร์เฟ็คและฟินมากๆในการเล่น.. กราฟิกที่สวยงามระดับมหาเทพ, อนิเมชั่นของมอนสเตอร์ที่ไม่เคยมี ก็มี และก็น่ารักน่าดูไปหมด, เสียงดนตรีที่สุดแสนจะไพเราะเพลิดเพลิน, ระบบความบาลานซ์ของเกมที่ถูกทำให้ดียิ่งขึ้น.. ช่องเก็บของที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก.. การโจมตีของนักเวทย์ดำที่แรงขึ้นเรื่อยๆตามเลเวล(ที่ถึงแม้จะไม่เท่าอาชีพอื่น แต่ก็ดีกว่าของเวอร์ชั่น Famicom มากๆ บนฟามิค่อมจะโจมตีได้ดาเมจแค่ 1 หรือ 2 เท่านั้นจริงๆครับ.. น้อยจนแปลกใจจริงๆ).. ระบบนิสัยใจคอและบุคลิกของเพื่อนๆของเรา(มีผลต่อค่าพลังต่างๆ)… สรุปคือ ถ้าให้แนะนำ แอดมินแนะนำให้เล่นเวอร์ชั่นบนเครื่อง “Super Famicom” เป็นหลักครับ.. ยอดเยี่ยมที่สุด…..
เราจะได้รับบทเป็น “ลูกชาย” หรือ “ลูกสาว” ของสุดยอดผู้กล้า “Ortega : ออเตก้า” ที่ต่อสู้กับจอมปีศาจ “Baramos : บารามอส” บนปากปล่องภูเขาไฟ สู้กันดุเดือด จนหมดแรงจนเละ.. ออเตก้าร่วงตกลงไปในปล่องภูเขาไฟแดงเดือดนั้นเอง(ทั้งบน Famicom และ Super Famicom จะมีให้ดูในช่วงไตเติ้ล อย่าเพิ่งกดสตาร์ท จะได้ดูครับ).. เป็นการเสียสละเพื่อความสงบสุขของคนทั้งแผ่นดินอย่างแท้จริง.. ออเตก้าได้รับการเทิดทูนเป็นสุดยอดวีรบุรุษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา… และเรา จะเป็นผู้สืบสานปณิธานอันแรงกล้านั้นของพ่อของเรา.. ทุกคนฝากความหวังไว้กับเรา เพื่อที่จะปราบบารามอสให้สิ้นซาก ถอนรากถอนโคน เพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน นั่นเอง…..


บทสรุป.
เริ่มต้นเกม.. ถ้าเป็นเวอร์ชั่นออริจินัลบน Famicom จะเข้าเนื้อเรื่องเลย.. แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นบน Super Famicom หรือ Gameboy Color จะมีการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับ “บุคลิกหรือนิสัย” ของตัวละครเข้ามา(ซึ่งจะมีผลในค่าพลังเริ่มต้นและค่าพลังเมื่ออัพเลเวลนั่นเอง)..

เราจะอยู่ในสภาวะเหมือนความฝัน.. ยืนอยู่กลางป่าที่มีแสงส่อง.. ก็ให้เดินขึ้นไปตรงกลางครับ จะไปโผล่ที่ชะง่อนผาที่มีน้ำตกและป่าไม้สวยงาม.. จะมีเสียงชายผู้หนึ่งพูดกับเรา(น่าจะเป็นพระเจ้า) เค้าจะถามชื่อจริงเรา และมีคำถามต่างๆถามเราประมาณ 10 ข้อ.. ให้เราตอบอย่างซื่อสัตย์และตรงกับความเป็นจริง.. หลังจากตอบหมดแล้ว จะมีเหตุการณ์ทดสอบจิตใจของเราอีกหนึ่งเหตุการณ์.. เราคิดอย่างไรก็ทำหรือตอบไปแบบที่เราจะทำหากเกิดเหตุนั้นต่อหน้าเราจริงๆครับ.. (ผู้เขียนแนะนำให้ตั้งใจตอบ เพราะสุดท้ายเราจะได้คาแรคเตอร์ที่เป็นตัวของเราเองจริงๆ มันก็จะทำให้ชื่นใจและเล่นสนุกขึ้นอีกครับ… สำหรับท่านที่ไม่ค่อยเก่งภาษาทั้ง อังกฤษ และ ญี่ปุ่น แนะนำให้ใช้บริการกูเกิ้ลแปลภาษา ทั้งแบบใช้กล้องส่องสดๆหรือแปลจากภาพที่แคปฯ จะสะดวกสุดๆครับ..)..



ผ่านบททดสอบทางจิตวิทยาแล้ว.. เราก็จะได้ “บุคลิก” และ “ค่าพลัง” เฉพาะตัวของเรามาเรียบร้อยครับ…
เหตุการณ์จะเริ่มที่อาณาจักร “Aliahan : อาเลียฮาน” เมืองเกิดของเรานี่เอง.. วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเรา.. แม่จะมาปลุกเราที่ห้องนอน เมื่อเราตื่นขึ้นมาให้สำรวจที่โต๊ะเก็บของ จะได้ของดี.. 🙂 แล้วคุยกับแม่ ท่านแม่จะพาเราไปส่งจนถึงหน้าวัง.. เพราะวันนี้เรามีนัดที่เข้าเฝ้าพระราชาเพื่อรับการอวยยศเป็น “ผู้กล้า” อย่างสมบูรณ์.. ก็ตามเสด็จแม่ไปจนถึงหน้าวัง และเข้าไปในวังครับ.. ตรงดิ่งเข้าไปหาพระราชา.. คุยกับพระราชา.. พระราชาจะกล่าวชื่นชมพ่อของเราในความกล้าหาญ และฝากความหวังในการปราบจอมมาร “บารามอส” ไว้กับเรา.. เราจะได้เงิน 50G (อีกละ😆)และอาวุธชุดเกราะอีกจำนวนหนึ่ง.. พระราชาจะแนะนำให้รอบนี้เราพาเพื่อนๆไปด้วย น่าจะดีกว่า น่าจะช่วยกันได้มากกว่า.. เราสามารถไปจ้างเพื่อนๆนักรบรับจ้างได้ที่โรงเตี๊ยม “รุยด้า” แหล่งซ่องสุมของนักรบร้อนเงินนั่นเอง 😂..



คุยกับพระราชาเสร็จแล้วก็คุยกับทุกๆคนในวังให้หมดเพื่อหาข้อมูล.. สำรวจให้ทั่ววัง.. แล้วออกมา…
ถึงตอนนี้เราต้องตัดสินใจว่าเราชอบแบบไหนระหว่าง “เป็นผู้นำกลุ่มที่พึ่งพาได้ โหดสัสๆ” หรือ “ไปกับเพื่อนๆเป็นกลุ่มใหญ่” เลยดีกว่า ปลอดภัยดี… ถ้าเราอยากเป็นผู้นำที่โหด พึ่งพาได้ จ๊าบสุดๆ.. ให้เราเตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปตีมอนส์ฯเก็บเวลฯด้วยตัวลำพังเพียงคนเดียวจนได้เลเวลประมาณ 5-9 แล้วค่อยกลับมาเอาเพื่อนๆเข้ากลุ่ม.. แต่ถ้าชอบอุ่นใจ ไปกันเป็นแก๊งค์ดีกว่า.. ก็ไปเอาเพื่อนๆเข้ากลุ่มที่โรงเตี๊ยมรุยด้าทางซ้ายบนของหมู่บ้านได้เลยครับ…


ตอนนี้จะขออธิบายกติกาในโรงเตี๊ยมของรุยด้าดังนี้ครับ.. คือ “ชั้นบน” เอาไว้สร้างตัวละคร(หรือเพื่อนๆของเรานั่นเอง).. ส่วน “ชั้นล่าง” เอาไว้เพิ่มหรือเอาสมาชิกในทีมออก.. ประมาณนั้นครับ.. เมนูไม่ได้ซับซ้อนอะไร อ่านไม่ออกก็เดาเอาได้สบายๆอยู่ครับ…
อันดับแรกให้ไปสร้างเพื่อนๆที่ชั้นบนก่อน.. ก็ใส่ชื่อ ใส่อาชีพไปครับ.. ซึ่งในเริ่มต้นจะมีอาชีพหลักๆ คือ
- นักรบ(หรือ ทหาร)
- นักบวชเวทย์ขาว
- จอมเวทย์ดำ
- พ่อค้า แม่ค้า
- นักสู้(หรือ กังฟู)
- นักแสดงตลก
- โจร, ขโมย, นักล่าสมบัติ(เพิ่มมาในภาครีเมก)
ประมาณนี้ครับ.. แต่จะใช้คำศัพท์แตกต่างกันนิดหน่อยในเวอร์ชั่นต่างกัน.. ตัวอย่างอยู่ในรูปด้านล่างนี้ครับ…

ในเบื้องต้น.. เราก็ต้องการเพื่อน 3 คนนั่นเองครับ.. ผู้เขียนแนะนำแบบนี้ละกันครับ.. ในจำนวนเพื่อนของเราควรมี “นักเวทย์ดำ 1 คน”, “นักเวทย์ขาว 1 คน”, ส่วนอีก 1 คนเลือกตามใจชอบครับ(นักแสดงตลกจะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักปราชญ์ที่เลเวล 20 ได้อัตโนมัติ ไม่ต้องใช้คัมภีร์.. ส่วนอาชีพนักสู้กังฟูจะมีข้อดีคือ จะโจมตีติดคริติคอลมากขึ้นเรื่อยๆตามเลเวลและค่าพลังที่เพิ่มขึ้น.. พ่อค้าแม่ค้าจะได้เหรียญเพิ่มบ่อยๆหลังจากตีมอนส์ฯจบ..)..
ที่แนะนำให้มีเวทย์ดำกับขาวแน่ๆไว้ก่อน เพราะอยากให้เรียนเวทย์ให้เต็มก่อนครับ ครบๆแล้วเดี๋ยวเราค่อยไปเปลี่ยนอาชีพกันทีหลังที่ “วิหารดาร์ม่า”.. มันก็จะเป็นอะไรที่ครบเครื่องสุดๆ เมื่อเรามีเวทย์ครบทั้งขาวดำครับ…
เมื่อพร้อมแล้ว.. เก็บเลเวลรอบๆ “อาเลียฮาน” ให้ได้ประมาณซัก Level 5.. ในช่วงที่อยู่บริเวณอาณาจักรอาเลียฮาน เราไม่จำเป็นต้องไปนอนโรงแรมให้เสียเงินนะครับ.. เราสามารถไปคุยกับแม่เพื่อนอนที่บ้านของเราได้เลย(ซ้ายล่างของหมู่บ้าน).. ถ้าเรากลับบ้านในตอนกลางคืนหรือกลางดึก คุณแม่ก็จะออกมายืนรอเราที่หน้าบ้านอีกด้วย(น่ารักจังเลยคุณแม่😊❤)..


เมื่อได้เลเวลประมาณ 5+ แล้ว ให้เดินทางข้ามสะพานไปทางทิศเหนือสู่หมู่บ้าน “Reeve : รีฟเว่” หรือเลเบ้ในภาคญี่ปุ่น คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว จะได้ข้อมูลเรื่องคุณตาผู้ทำ “กุญแจโจร” ในหอคอย “นาจิ๊มิทาวเวอร์ 😆”.. ได้ข้อมูลเรื่องนักทำระเบิดเวทย์ และได้เจอบ้านคุณลุงนักทำระเบิดที่ขวาบนของหมู่บ้าน(แต่ยังเข้าไม่ได้เพราะประตูบ้านล็อคอยู่)..
ภาระกิจของเราคือ.. ไปเอา “กุญแจโจร” จากคุณตาบนยอดหอคอยจิ๊มิทาวเวอร์ทางตะวันตกเฉียงใต้นั่นเอง..

แต่อย่าเพิ่งไปในทันทีทั้งๆที่เลเวลยังอ่อนอยู่ครับ.. แนะนำให้ปักหลักอยู่ที่หมู่บ้าน Reeve นี้เลยยาวๆ จนกว่าจะหาเงินซื้ออาวุธ, ชุดเกราะ, และหมวก ที่ดีที่สุดที่นี่ใส่จนครบทุกคนก่อนครับ(เลเวลของเราก็จะเพิ่มสูงขึ้นมากำลังดีเลย).. จุดฟาร์มเลเวลที่แนะนำที่สุดก็คือ ขวาล่าง ตะวันออกเฉียงใต้จากหมู่บ้านนี้นี่เอง(เลาะซอกเขาเข้าไป).. ศัตรูที่น่ากังวลที่สุดคือเจ้า “กระต่ายมีเขาตัวสีม่วง” ระวังให้ดี เพราะมันมีเวทย์ที่ทำให้เราหลับได้ดื้อๆเลยตอนสู้กัน ตายง่ายๆเลยนะ แถมมันมากันเป็นฝูงบ่อยๆด้วย…
เมื่อได้ของครบแล้ว เลเวลแจ่มแล้ว(10Lv+) ก็ซื้อไอเท็มให้แน่นพร้อมออกเดินทางครับ.. จะไปทางปากถ้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ หรือจะเข้าทางลับในป่าทางใต้ใกล้ๆหมู่บ้าน Reeve นั่นก็ได้…



เข้าไปแล้วสำรวจถ้ำให้ทั่วครับ เก็บสมบัติให้หมด สุดท้ายจะเจอกับทางขึ้นไปยังตัวหอคอย.. สำรวจให้ทั่วเช่นกัน(ไม่ยาก).. ที่ชั้นสอง ฝั่งซ้าย มีโรงแรมให้นอนพักเหนื่อยอีกด้วยครับ อิอิ…
ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงชั้นบนสุด(สำหรับเวอร์ชั่น Gbc ระวังจะเผลอลื่นจนตกหอคอยให้ดี.. เพราะเวอร์ชั่นนี้ เดินได้ลื่นและเร็วสุดๆ แว๊นซ์สุดๆ.. กดพลาดนิดเดียวตกไปชั้น 1 ได้เลยนะ)..
เมื่อถึงชั้นบนสุด.. จะได้พบกับคุณตานักทำกุญแจผีอยู่ในห้องเล็กๆคนเดียว.. คุยกับแก แกจะดีใจมากที่เรามา แกรอเราอยู่เพราะความฝันบอกแกว่าเราจะมา.. พอมอบ “กุญแจโจร” ให้เราเสร็จ แกจะบอกว่า “มึงรีบไปได้ละ กูจะนอน จะได้พักผ่อนซักที” 😂.. พูดทำนองนี้จริงๆ.. ตกลงดีใจที่เจอจริงไม๊นี่.. ฟังดูเหมือนเป็นภาระนะ… อย่าลืมสำรวจห้องให้ทั่ว.. ที่ชั้นหนังสือเราจะเก็บได้ “หนังสือเปลี่ยนบุคลิก” 1 เล่ม ก็พิจารณาดูว่า อยากเปลี่ยนบุคลิกให้ใครหรือไม่ในกลุ่ม.. เช่น ได้หนังสือบุคลิก “ทอมบอย” มา.. อยากให้สาวในกลุ่มคนไหนโหดขึ้น ก็ให้คนนั้นอ่านครับ.. ที่นี้เวลาเลเวลอัพก็จะเน้นตีหนักขึ้น.. ประมาณนั้นครับ…



เรียบร้อยกลับออกมา.. ถ้าขี้เกียจเดิน ขี้เกียจเจอมอนส์ฯ ก็กระโดดตึกลงมาที่ชั้นล่างด้านนอก แล้วใช้เวทย์วาร์ปของพระเอก วาร์ปกลับหมู่บ้าน Reeve ได้เลยครับ…
เมื่อถึงหมู่บ้าน Reeve แล้ว.. ให้ไปที่บ้านคุณลุงนักทำระเบิดเวทย์ที่บ้านขวาบ้านของเมืองได้เลยครับ.. ประตูบ้านแกที่ล็อคอยู่ เราก็จะสามารถเข้าไปได้แล้วครับตอนนี้.. เมื่อเข้าไปคุยกับแก แกก็จะแปลกใจนิดหน่อยว่าเราเข้ามาในบ้านแกได้อย่างไร เพราะแกล็อคประตูแล้วนี่นา.. แต่พอแกรู้ว่าเราเป็นผู้กล้า เป็นลูกของออเตก้า แกก็ยินดีมอบระเบิดเวทย์ให้เราทันทีครับ.. ก่อนออกก็สำรวจบ้านแกให้หมด…

พักผ่อนนอนหลับและซื้อไอเท็มให้เรียบร้อย.. พร้อมแล้วออกเดินทางไปยัง “ทะเลสาป” ตะวันออกเฉียงใต้ขวาล่าง(ใครที่เดินไปเก็บเลเวลแถวนั้นก็คงเห็นแล้วนะครับ).. เลาะซอกเขาเข้าไป แวะคุยกับคุณลุงที่ศาลเจ้า(สำรวจให้ทั่ว).. เสร็จแล้วเข้าไปในเขตทะเลสาป เดินอ้อมทะเลสาปมาด้านหลังสุด จะได้พบกับบันไดลงไปด้านล่าง ลงไปครับ.. จะได้พบกับคุณตาท่านหนึ่งยืนหล่ออยู่ คุยกับแกแกก็จะบอกว่า ไปต่อไม่ได้เพราะมีกำแพงขวางอยู่นั่นแหละ.. เราเดินลงไปตรงกลางระหว่างรูปปั้นเลยครับ กดใช้ “ระเบิดเวทย์” ที่เพิ่งได้มานั่นเอง.. กำแพงก็จะระเบิด วินาศสันตะโร เราก็จะสามารถไปต่อได้ครับ…


เก็บ “แผนที่โลก” ในกล่องสมบัติ(กด R เพื่อดู).. แล้วไปต่อ.. ถ้ำจะซับซ้อนนิดหน่อยครับ วิธีการก็คือค่อยๆจดจำและเขียนแผนที่ขึ้นมาในสมองของเรานี่แหละ.. ตรงไหนไปแล้วก็จำไว้ครับ.. หาทางไปต่อเรื่อยๆ(ระวังตกไปในหลุมหรือร่องต่างๆ จะลงไปชั้นใต้ดิน เสียเวลาครับ).. หาทางจนโผล่ทะลุอีกฝั่งจนได้.. เราจะมาโผล่ที่ทวีปซ้ายบนเลยครับ.. ใกล้ๆกับอาณาจักร “โรมาลี่”…
มอนสเตอร์จะโหดขึ้นอีกระดับ ระวังให้ดี.. อันตรายที่สุดจะเป็น “อัศวินโร้คไนท์” และ “หมาป่าซอมบี้ทั้งสีน้ำเงินและน้ำตาล” เลย.. เจ้าหมาป่าสีน้ำเงินมีเวทย์ที่ทำให้เราช้าลง หมาป่าสีน้ำตาลมีเวทย์ทำให้พลังป้องกันเราลดลง(เยอะด้วย).. ระวังให้ดี…



เข้าไปในเมือง “โรมาลี่”.. สำรวจและพูดคุยกับชาวบ้านให้ทั่ว โดยเฉพาะในโบสถ์(จะได้เครื่องประดับที่เพิ่มพลังโจมตีและหนังสือเปลี่ยนบุคลิกที่โต๊ะ+ชั้นหนังสือ).. เข้าไปคุยกับพระราชาในปราสาท… พระราชาจะดีใจที่ได้เจอเรา พระองค์จะบอกเรื่องที่มีโจร “คานด้า” มาขโมยมงกุฏทองแล้วหนีไป ถ้าเราหาเอามาคืนได้ พระราชาจะยอมรับว่าเราเป็นผู้กล้าตัวจริง..

ออกจาก “โรมาลี่” เดินขึ้นเหนือมา จะพบเข้ากับสถานที่แปลกประหลาดที่ทางเข้ามีประตูเป็นกรงเหล็กใหญ่.. เปิดเข้าไปจะพบกับสถานที่ๆคล้ายคาสิโน.. มีผู้ชายหล่นตุ้บลงมาจากเพดาน และบอกว่าจะพยายามอะไรซักอย่างใหม่.. ให้เราไปสำรวจที่แท่นบันไดว่างขวาบน จะได้ตั๋วเล่นเกมมาหนึ่งใบ.. ก็ขึ้นไปที่ชั้นสอง แล้วขอเล่นเกมกับผู้ชายที่เฝ้าอยู่ทางซ้าย.. เราก็จะขึ้นไปยืนบนกระดานเล่นเกม(คล้ายเกมเศรษฐี).. ก็ทอยเต๋าและเดินไปเรื่อยๆครับ จะได้สมบัติบ้าง, เงินบ้าง, เพิ่มพลังบ้าง, ฯลฯ.. ถ้าซวย ทอยได้ตรงกับหลุมกับดัก ก็จะตกลงมาชั้นล่างแบบผู้ชายที่เราเจอตอนเข้ามาครับ.. 😂😂😂



เดินขึ้นเหนือไปอีก ก็จะได้พบกับเมือง “Kazave” คาซ้าบ หรือ คาซาเว่ แล้วแต่จะเรียก.. ที่นี่มีอาวุธชุดป้องกันดีๆขาย.. และนำให้ปักหลักอยู่นานๆหน่อยก็ดีครับ.. ตีมอนส์เก็บเวลไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินดียิ่งนัก.. จนเริ่มมีมอนสเตอร์วิ่งหนีเรา ก็ถือว่าใช้ได้ละ.. คุยกับชาวบ้านจะได้ยินข่าวเจ้าโจรนั่น.. ไปสำรวจที่หลุมศพขวาสุดข้างโบสถ์จะได้ “Small Medal” หนึ่งชิ้น.. ไปสำรวจที่โต๊ะขวาสุดในโรงแรมจะได้ “ตั๋วเล่นเกม” อีกหนึ่งใบ(เย่!! จะได้ไปแก้ตัวอีก อิอิ..).. เตรียมออกเดินทางต่อ.. แต่ก่อนไปอย่าลืม กลับเข้าเมืองในตอนกลางคืน และย่องเข้าไปขโมยสมบัติในเค้าท์เตอร์ร้านขายไอเท็มให้หมด.. เราจะได้ “มีดพิษ” สำหรับจอมเวทย์ดำมาหนึ่งเล่ม.. พ่อค้าหลับสนิทอยู่.. 😂 (ผู้กล้าหรือนักย่องเบานะนี่)..

พร้อมแล้วออกจาก “Kazave” ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ซ้ายล่าง.. ไปยังหอคอย “ชามปาเน่” เพื่อชิงมงกุฏทองจากโจรกลับมาให้พระราชาที่โรมาลี่นั่นเอง… เดินไปทางตะวันออกเฉียงใต้.. ก็จะได้พบกับหอคอยชามปาเน่สมใจ.. อยู่บนแผ่นดิน และไม่ซับซ้อนมาก.. เดินให้ทั่ว เก็บของให้หมด และขึ้นไปเรื่อยๆ.. สุดท้ายเราจะได้พบกับห้องเล็กๆที่มีโจรใส่ชุดเขียวอยู่สองคน.. เมื่อมันเห็นเรา มันจะรีบวิ่งไปฟ้องลูกพี่มัน.. ให้เราตามไป ก็จะได้เจอเจ้า “คานด้า” โจรขโมยมงกุฏทองอยู่ที่นี่จริงๆ.. มันจะเหยียบกับดักจนเราหล่นไปชั้นล่าง ให้เรารีบวิ่งกลับมา แต่จะไม่เจอมันแล้ว.. ก็ให้เดินไปด้านบน แล้วกระโดดลงไปเลยครับ.. เราก็จะได้พบกับพวกมันอีกครั้ง… เอาชนะให้ได้ มันก็จะคืนมงกุฏให้แล้วขอให้เราไว้ชีวิต..






ให้นำมงกุฏกลับมาคืนให้พระราชาแห่งปราสาท “โรมาลี่” (วาร์ปไปเลยก็ได้ครับ ถ้าขี้เกียจเดินแล้ว).. พอพระราชาเห็นมงกุฏจะดีใจมาก ปลื้มมาก ชมเชยเราสุดฤทธิ์และมอบตำแหน่งพระราชาให้เราทันที.. ถ้าเราตอบตกลง เราก็จะได้เป็นพระราชาทันที… เดินไปทั่วเมือง ก็จะมีแต่คนทักทายเราในฐานะพระราชา.. เสียดายที่ออกไปบู๊เก็บเวลนอกเมืองไม่ได้.. ดังนั้น อย่าเสียเวลาครับ เอาไปคืนดีกว่า… ลงไปใน “บ่อนใต้ดิน” ในร้านขายอาวุธและไอเท็มนั่นเอง.. พระราชาจะปลอมตัวมาเล่นสนุกอยู่ในบ่อนนี่เอง(ผู้ชายทางซ้าย).. ตอนเป็นพระราชาเล่นไม่ได้ เก็บกด อิอิ… ไปคุยกับแก.. ตอบ No ก่อน แล้วตอบ Yes.. แกก็จะกลับมาเป็นพระราชาอีกครั้ง ส่วนเราก็เป็นผู้กล้าดังเดิม…

ออกเดินทางสู่หมู่บ้าน “โนอาเนล” ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ “คาซ้าบ” นั่นเอง.. เมื่อเข้าไป จะพบว่า ชาวบ้านที่นี่ถูกคำสาปให้หลับไหลกันทั้งหมู่บ้าน รอดอยู่คนเดียวคือคุณลุงบ้านซ้ายล่างสุด.. แกจะบอกรายละเอียดทั้งหมด และบอกว่า เราต้องไปเอา “Dream Ruby : ดรีมรูบี้” ในถ้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ ไปคืนแก่ “ราชินีเอลฟ์” ที่เป็นคนสาป แล้วถึงจะช่วยทุกคนได้…
สำรวจบ้านคุณลุงให้ทั่ว มีของดี.. สำรวจที่บ้านขวาบนสุดด้วย มีของดีเช่นกัน.. สำรวจให้ทั่วทั้งเมืองเลยก็ดีครับ เมืองไม่ใหญ่ มีของซ่อนอยู่ประปราย…


เสร็จแล้วออกมา.. มุ่งหน้าสู่ถ้ำทางตะวันตกเฉียงใต้.. เป็นถ้ำที่ซับซ้อนประมาณนึงครับ.. เดินให้ทั่ว เก็บของให้หมด ของดีเยอะทีเดียว… มีแท่นเวทย์เติม HP และ MP กลางทาง… ทางที่จะลงไปเอา “ดรีมรูบี้” จะมีกล่องสมบัติอยู่ติดกับบันใดเลยครับ.. ลงไป… กล่องสมบัติจะวางเป็นสง่ากลางแท่นเสาสวยงาม.. เมื่อได้ดรีมรูบี้แล้ว จะได้พบกับจดหมายหนึ่งฉบับ.. ซึ่ง “องค์หญิงเอลฟ์” ได้เขียนตัดพ้อลาตายเอาไว้… เธอมีความรักกับหนุ่มชาวมนุษย์.. ซึ่งราชินีเอลฟ์ไม่ปลื้มอย่างมากในเรื่องนี้.. เมื่อมันเป็นไปไม่ได้ เธอจึงขอลาโลกนี้ไปแค่นี้.. เธอขอโทษท่านแม่.. ดราม่าสัสๆ…



ให้เราเอาไอเท็ม “ดรีมรูบี้” นี้ ไปคืนแก่ราชินีเอลฟ์ที่เมือง “เอลเวสวิลเลจ” ซึ่งอยู่ซ้ายบนใกล้ๆถ้ำนั่นเอง.. เมื่อเข้าไปในเมืองเอลฟ์.. ชาวบ้านที่เป็นเอลฟ์จะทั้งหวาดระแวงทั้งกลัวที่จะคุยกับเรา เพราะราชินีเกลียดมนุษย์มากๆนั่นเอง.. เราจะได้เจอคุณพ่อของชายหนุ่มที่หนีไปกับองค์หญิงเอลฟ์ด้วย… เข้าไปหาราชินี เอาไอเท็มดรีมรูบี้ให้เธอ พวกเราจะเล่ารายละเอียดบนจดหมายให้เธอฟัง.. เธอจะเสียใจมากที่ลูกสาวที่รักของเธอคิดสั้นแบบนั้น.. หัวใจแตกสลาย.. เธอจะรู้สึกผิดที่กดดันลูกจนเกินไปจนเกิดเรื่องนี้ขึ้น.. เธอจะมอบไอเท็ม “แป้งตื่นจากภวังค์” ให้เรา เพื่อเอากลับไปช่วยผู้คนที่เมือง “โนอาเนล” นั่นเอง…


ได้มาแล้วก็ออกจากเมืองเอลฟ์ครับ.. กลับไปที่เมือง “โนอาเนล” อีกครั้ง.. เข้าไปในเมืองแล้วกดใช้แป้งในเมือง.. สะเก็ดแป้งเวทย์มนตร์จะลอยฟุ้งไปทั่วทั้งเมือง ชาวบ้านที่ต้องคำสาปจะหลุดพ้นจากคำสาป ตื่นขึ้นจากการหลับไหลทั้งหมด… คุยกับชาวบ้านให้ทั่วทุกคนเพื่อหาข้อมูล แล้วอย่าลืมแวะไปที่ร้านขายอาวุธและชุดเกราะ.. มีของดีขายไม่น้อยทีเดียว…

*** มาถึงจุดนี้แล้ว.. ก่อนที่เราจะไปเริ่มเควสต์ต่อไป.. ผู้เขียนอยากจะแนะนำให้ผู้เล่นได้ทราบถึงจุดเก็บเลเวลที่ดีมากๆ ดีแบบโคตรๆ แบบที่ไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ.. นั่นคือบริเวณป่าขวาสุดของแผ่นดินจากเมือง “คาซาเว่”(หรือคาซ้าบ) นั่นเอง.. จะมีอยู่ประมาณสี่ห้าช่องที่เราจะได้เจอกับศัตรูที่โหดมากๆ แต่ก็ให้ค่าประสบการณ์ Exp ที่มากมายมหาศาลเช่นกัน(ผู้เขียนเคยได้ Exp สูงสุดถึง 4,000+ ภายในการต่อสู้รอบเดียวเลยทีเดียว).. ศัตรูที่คุ้มค่าที่สุดในการต่อสู้ด้วยคือเจ้า “Deathstalk : เดธสตอล์ก” เจ้ามือขวานมหาปลัยนั่นเอง.. มันจะโจมตีรุนแรงมากๆจากขวานใหญ่ๆของมัน แรงแบบโหดโคตรๆ.. วิธีจัดการคือ ให้นักเวทย์ดำใช้เวทย์เพิ่มพลังป้องกันให้พวกเราหลายๆรอบเลย.. เมื่อใกล้ตายมันจะเรียกเพื่อนมาอีก เราก็เลี้ยงมันไปเรื่อยๆ ให้มันเรียกเพื่อนมาเรื่อยๆ ยิ่งเราฆ่ามันได้เยอะเท่าไหร่ เราก็จะได้ค่า Exp มหาศาลตามไปด้วยครับ.. สำหรับศัตรูที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ อีแม่มด “Magic Hag : เมจิกแฮ็ค” ที่นอกจากมันจะมีเวทย์โจมตีหมู่ที่แรงและโดนทุกคนแล้ว มันยังมีเวทย์เสกให้เพื่อนเราหายไปเลยอีกด้วย.. ถ้าโดนไม่ต้องตกใจนะครับ เราสามารถไปเอาเพื่อนเรากลับมาได้ที่ “โรงเตี๊ยมของรุยด้า” ที่เมือง “อาเลียฮาน” บ้านเกิดของเรานั่นเองครับ…



เมื่อเก็บเลเวลจนพอใจแล้วจากตรงนี้.. เราก็จะไปเดินเรื่องกันต่อครับ… เราจะไปยังเมือง “อชาลาม” เมืองแห่งทะเลทรายทางทิศตะวันออกของปราสาท “อาเลียฮาน” ของเรานั่นเอง.. เดินทางกลับอาเลียฮาน แวะกอดท่านแม่หนึ่งที และออกเดินเท้าไปทางทิศตะวันออกของอาเลียฮาน ข้ามสะพานมิตรภาพสู่แผ่นดินใหม่.. เราจะได้พบกับมอนสเตอร์เซ็ทใหม่ที่โหดกว่าเดิม เช่น เจ้าคิงคอง “Wild Ape : ไวด์เอพ” นั่นเอง(เห็นแล้วนึกถึงลิงยักษ์ไซย่าในดราก้อนบอลเลยทีเดียว อิอิ).. เดินมาทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่ไกล ก็จะได้พบกับเมือง “อชาลาม” สมใจ.. ที่นี่จะได้ฟิวอารมณ์เหมือนแถวอาหรับทะเลทราย พ่อค้าเหลี่ยมเยอะ.. เวลาไปซื้อของ เค้าจะโก่งราคาสูงมากๆ ให้เราตอบ “ไม่เอา” ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เห็นราคาสุดท้ายที่ถูกที่สุดที่เค้าจะลดให้เราได้ ค่อยคุยด้วยใหม่เพื่อซื้อของชิ้นนั้นครับ(ไม่งั้นเสียตังค์โดยไม่จำเป็นนะ)..



คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว เราจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับเมือง “Isis : ไอซิส” ซึ่งเป็นเมืองกลางทะเลทรายสุดจ๊าบ.. ฟิวเหมือนโอเอซิสที่สมบูรณ์กลางทะเลทรายนั่นเองครับ.. ให้เดินตีมอนส์ฯรอบๆเมืองจนมืด แล้วเข้ามาในเมืองอีกทีในตอนกลางคืน.. เราจะได้พบกับ เมืองที่มีชีวิตชีวาอีกแบบในตอนกลางคืนครับ.. จะมีร้านค้าที่ขายเฉพาะกลางคืนเท่านั้น.. มีผับ.. และสาวๆที่พร้อมลากเราขึ้นห้องไปนวดไหล่ อิอิ…
เรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางลงใต้ไปจนสุด(ระหว่างทางจะเจอจุดเล่นเกมด้วยนะ).. เราจะเจอกับบ้านคุณตาคนหนึ่งที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางบึงพิษ.. เข้าไปคุยกับแก แกจะถามเราว่า กำลังหา “กุญแจเวทย์มนตร์” อยู่หรือพ่อหนุ่ม?.. ก็ตอบใช่ไปครับ.. แกก็จะให้ข้อมูลว่า มันน่าจะอยู่ใน “ปีระมิดต้องสาป” กลางทะเลทรายนั่นเอง…



ออกมาจากบ้านคุณตา แล้วเดินไปทางตะวันตกไม่ไกล ก็จะได้พบกับเมือง “ไอซิส” นั่นเอง.. คุยกับชาวบ้านและสำรวจให้ทั่วครับ ซื้ออาวุธชุดป้องกันดีๆ… เสร็จแล้วออกจากโซนหมู่บ้าน แล้วเข้าไปยังโซน “ปราสาท”.. เดินเลาะกำแพงไปทางซ้ายบน จะมีทางลับให้เข้าไปเอาเครื่องประดับ “Starry Ring” ซึ่งจะเพิ่มค่าพลังความรวดเร็วให้ผู้สวมใส่ให้เร็วขึ้นเยอะเลย.. ทางไปก็ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ.. ตอนเปิดกล่องสมบัติจะมีคุณโครงกระดูกวิญญาณปรากฏกายออกมาถามคำถามเราสองคำถาม คือ 1.มึงคือคนปลุกกูใช่ไม๊? และ 2.มึงกำลังจะเอาสมบัติของกูไปใช่ไม๊?~ ก็ให้ตอบว่า “ใช่” ไปทั้งสองครั้งครับ.. แล้วเค้าก็จะบอกว่า.. “แล้วแต่มึง~ กูจะนอนต่อ~ ไสหัวไปได้ละ”… 😆😂🤣 (จะโผล่มาทำไมก็ไม่เข้าใจ.. นึกว่าจะมีเรื่อง ก็เปล่านะ…).. น่าจะรู้ว่าเราเป็นผู้กล้า เป็นลูกของผู้กล้าออเตก้าผู้ทรงเกียรติ.. ประมาณนั้นครับ..


ได้แล้วออกมาครับ.. ซื้อไอเท็ม “เติมพลัง” และไอเท็มสำคัญต่างๆให้แน่นที่สุดครับ.. เพราะเรากำลังจะไปตลุย “ปิระมิดต้องสาป” กันแล้วครับ.. มันจะมีอยู่พื้นที่หนึ่งที่ไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ ดังนั้นไอเท็มเติมพลังจึงสำคัญไม่น้อยครับ…
พร้อมแล้วออกเดินทางไปทางเหนือเยื้องตะวันตกนิดๆ(ไม่ไกล).. ก็จะได้พบกับ “ปิระมิดต้องสาป” สมใจครับ… เมื่อเข้าไป หากเราเดินเลาะกำแพงมาทางซ้าย จะได้พบทางลับลงใต้ดิน ซึ่งเราจะสามารถลงไปเอาไอเท็ม “กรงเล็บทองคำ” อาวุธสำหรับอาชีพนักสู้ได้.. แต่อย่าเพิ่งไปตอนนี้ครับ เก็บไว้ท้ายสุด.. ตอนนี้เราต้องไปสำรวจปิระมิดและค้นหาไอเท็ม “กุญแจเวทย์มนตร์” ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเราตอนนี้ก่อนครับ…

เดินเข้าไปในปีระมิด.. พยายามเดินชิดกำแพงซ้ายหรือขวาไว้นะครับ เพราะตรงกลางสี่แยกทางเดิน จะมีหลุมอยู่ติดกันสองหลุมทั้งสองสี่แยกเลย ถ้าตกลงไปก็จะไปอยู่ชั้นใต้ดิน เสียเวลาเดินขึ้นมาอีก.. ที่ชั้น 1 นี้ก็เก็บสมบัติให้หมดทั้งซ้ายขวาครับ สำรวจให้ทั่ว.. เสร็จแล้วก็ไปขึ้นบันได บริเวณขวาบนของชั้น… ขึ้นมาชั้น 2 สำรวจให้ทั่วเช่นกัน บริเวณซ้ายบนจะลงไปเอาสมบัติชั้น 1 ได้ บริเวณซ้ายล่าง มีกล่องสมบัติ และบริเวณขวาล่างคือทางไปต่อชั้นสาม… เมื่อถึงชั้น 3 ชั้นนี้แหละจะเจอกับกุญแจเวทย์อยู่ในห้องกลางบน แต่ยังเข้าไปเอาไม่ได้ ต้องมากดสวิทช์ที่โซนด้านล่างทั้ง 4 จุดก่อน โดนกดเรียงตามนี้.. ช่องที่ 3,2,1,4 ตามลำดับ.. แล้วประตูห้องใหญ่กลางจะเปิดออก.. เก็บของในกล่องสมบัติให้หมด หนึ่งในนั้นจะเป็น “กุญแจเวทย์” นั่นเอง…



ออกมาแล้วไปชั้น 4 ต่อ.. โดยจะไปทางขวาบนหรือซ้ายบนก็ได้.. เมื่อถึงชั้น 4 จะเจอห้องที่กล่องสมบัติเต็มไปหมด.. เปิดให้หมด ของดีทั้งน้าน~~😂.. เสร็จแล้วเดินลงมาเพื่อขึ้นบันไดไปต่อชั้น 5.. เดินต่อไป เก็บของ แล้วขึ้นบันไดไปอีก.. เราจะมาโผล่ที่ยอดปีระมิด.. ที่ซ้ายบนจะมีเหรียญ “Small Medal” ให้เก็บ อย่าลืมสำรวจ.. เสร็จแล้วกระโดดม้วนตัวใส่เกลียวลงมาได้… 😁


เมื่อถึงพื้น.. ก็เดินเลียบกำแพงทางซ้าย เพื่อลงไปชั้นใต้ดิน.. บริเวณห้องซ้ายบน(ช่วงกลางๆห้อง)จะมีหลุมลับซ่อนอยู่.. เดินหาให้เจอ.. แล้วเราจะไปโผล่ที่ห้องเก็บไอเท็มสำคัญที่ว่า.. เดินไปตามทางจนสุด ก็จะได้พบกับ “Golden Claw : โกลเด้นครอว์” กรงเล็บทองคำของอาชีพนักสู้นั่นเอง… เมื่อเก็บมาติดตัว เราจะถูกคำสาปทันที.. เราจะเจอกับมอนสเตอร์ในทุกๆช่องทุกๆก้าวที่เดินออกมา(ตีกันฉ่ำล่ะ).. ใช้เวทย์ไม่ได้ กินยาอย่างเดียวนะจ๊ะ…






เมื่อออกมาได้.. ก็ให้เดินทางไปเมือง “isis” พักผ่อนซักหน่อย… รอจนตกกลางคืน เดินเข้าโซนปราสาท ขึ้นไปชั้นบน ไปที่ห้องนอนขององค์หญิง(ทางซ้ายของบัลลังก์).. เดินไปคุยกับองค์หญิงที่อยู่บนเตียง องค์หญิงจะชื่นชมเราแต่เธอก็บอกว่าเธอคงช่วยอะไรเรามากไม่ได้ ให้ได้แค่ของดีบางอย่าง สำรวจให้ทั่วเตียงของเธอก็แล้วกัน.. ก็ให้เราไปกดสำรวจบริเวณหัวเตียงทางขวาบนของเธอ เราก็จะได้ “แหวนเติมเวทย์” มาครอบครอง…
เสร็จแล้วลงมาชั้นล่าง คุยกับแมวตัวซ้ายล่าง มันจะปากดีใส่เราแล้วมีวิญญาณพวยพุ่งออกมาจากร่าง.. เดี๋ยวเราจะตามไปกระทืบมันที่เมือง “Asaram” นั่นเอง.. แต่ก่อนไป สำรวจและเก็บหีบสมบัติให้ทั่วทั้งปราสาท หรือเรียกง่ายๆว่า “ยกเค้า” หรือ “ปล้น” นั่นเอง.. 🤣


พร้อมแล้วเดินทางหรือวาร์ปกลับไปที่เมือง “Asaram” รอเข้าเมืองตอนกลางคืน.. ไปที่บ้านซ้ายบนเกือบสุด(บ้านที่มีประตูสีเทา และมีชั้นสอง).. ขึ้นไปที่ชั้นสอง จะพบท่านเศรษฐีกำลังจะนอนหลับในห้อง และเจ้าปีศาจตัวสีม่วงที่สิงแมวปากดีที่ปราสาทไอซิสนั่นเอง มันจะเดินอยู่ใกล้ๆระเบียง.. กระทืบซะ 🤣.. แล้วสำรวจที่กระเบื้องสีฟ้าอันขวาบน จะได้รับเหรียญ Small Medal อีก 1 เหรียญ…

เดินทางกลับไปยังเมือง “อาเลียฮาน” ของเรา.. เข้าไปในเขตปราสาท แล้วปล้นสมบัติให้หมดอีกครั้ง(เราจะสามารถเข้าไปเก็บหีบสมบัติได้).. แวะกอดเสด็จแม่และนอนค้างบ้านซักคืนเพื่อความสดชื่น พลังเต็มเปี่ยม.. เช้ามา ออกเดินทางวาร์ปสู่เมือง “โรมาเลีย” อีกครั้ง.. ออกจากโรมาเลีย เดินทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะได้พบกับ “ด่าน ต.ม.” เพื่อข้ามไปยังอีกทวีป.. ถ้าเรามีพาสปอร์ตพร้อมแล้ว ก็ลุยได้เลยครับ.. เราจะสามารถข้ามไปยังอีกโซนได้แว้ว..

เดินลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้เรื่อยๆ จะได้พบกับเมือง “Portoga : ปอร์โตก้า” คุยกับชาวบ้านจะได้รู้ว่าแถวนี้หา “พริกไทยดำ” หรือ “Black Pepper” ยากมากๆ.. และพระราชาก็ชอบมากๆด้วย. เข้าไปในวัง เพื่อเข้าเฝ้าพระราชา พระราชาจะบอกว่าท่านต้องการพริกไทยดำอย่างมาก แต่ต้องไปเอาที่เมือง “Baharata : บาฮาราตะ” เท่านั้น.. ซี่งทางไปก็เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่แสนอันตรายมากมาย ส่งคนไปก็ หายเงียบไปหมด(ตุย).. ดังนั้นถ้าเราอาสาไปเอาให้ได้ พระองค์จะให้รางวัลโดยการต่อเรือท่องสมุทรจ๊าบๆให้กับเราหนึ่งลำ… ฟังดูดีทีเดียว…



ด้วยความโลภ เราจึงรับเควสท์ทันที 🤣.. พระราชาจะมอบ “จดหมายผ่านทาง” ให้เราหนึ่งฉบับ เพื่อมอบให้กับ “นอร์รัด” ผู้เฝ้าทางผ่านในถ้ำให้เรานั่นเอง.. ออกจากเมืองปอร์โตก้า ใช้เวทย์วาร์ปไปยังเมือง “อซาลาม” เดินขึ้นเหนือไปนิดหน่อยก็จะได้พบกับถ้ำที่ “นอร์รัด” เฝ้าอยู่นั่นเอง.. เข้าไปหานอร์รัดแล้วกดใช้ “จดหมายผ่านทาง” กับเค้า(ถ้าเราไม่ใช้จดหมายเค้าจะไล่เราออกไป).. เมื่อเค้าได้อ่านคำสั่งจากพระราชาเค้าจะรีบวิ่งไประเบิดทางผ่านให้เราทันที… เดินทางต่อ ออกจากถ้ำ เดินดิ่งลงมาทางใต้เยื้องตะวันออกนิดๆ เราก็จะได้พบกับเมือง “Baharata : บาฮาราตะ” สมใจหมาย.. ร้านขายพริกไทยดำจะอยู่ซ้ายล่างของหมู่บ้านนั่นเอง.. แต่คนขายจะไม่อยู่ที่เค้าท์เตอร์ เพราะแฟนสาวของเค้าถูกลักพาตัวไปโดยโจรชั่ว และเค้ากำลังปรึกษากับพ่อเฒ่าอยู่ทางขวาของร้านนั่นเอง..



เมื่อคุยกับเค้า เค้าจะร้อนใจมาก รีบผลุนผลันวิ่งออกไปตามหาแฟนสาวที่ถ้ำโจรทันที แม้พ่อเฒ่าจะตะโกนห้ามไว้ก็ไม่ฟัง… ให้เราช้อปปิ้ง ซื้ออาวุธชุดป้องกัน ไอเท็มยา และพักผ่อนให้เรียบร้อย.. พร้อมแล้วออกเดินทางสู่ถ้ำมหาโจร ข้ามสะพานทางทิศตะวันออก เดินขึ้นเหนือมานิดหน่อย ทางทิศตะวันตกเราจะได้พบปากถ้ำอยู่.. ถ้ำนั้นแหละครับ.. ตามเข้าไปกระทืบโจรกัน…
เมื่อเข้าไป.. จะเป็นถ้ำที่ค่อนข้างลึกลับ แบ่งเป็นห้องๆมากมาย.. อันดับแรก ไปช่วยคนก่อน เดี๋ยวเราค่อยสำรวจกันครับ… นับจากบันไดที่เราลงมา ไปทางซ้าย 1 ห้อง เดินลงมาผ่านแยก 2 แยก ไปทางซ้ายอีก 1 ห้อง เดินลงมาจะเจอกับประตูสีแดง.. เดินผ่านเข้าไปครับ.. แล้วมาทางขวา 1 ห้อง.. จะเจอกับบันไดทางลง.. ลงไป แล้วมาทางซ้าย 1 ห้อง แล้วลงไปจะเจอกับประตูสีเทา นี่คือประตูห้องพักของโจรนั่นเอง.. เข้าไปครับ.. เราจะได้พบกับลูกน้องโจร 4 คนวิ่งเข้ามาหา.. มันจะถามว่า “จะมาเป็นพวกมันงั้นรึ?” ให้เราตอบ “ไม่” ไปแล้วจัดการให้หมดครับ.. เมื่อเอาชนะได้ เดินลงมาสุดห้องก็จะได้พบกับกรงขังที่ขังชายหนุ่มและหญิงสาวไว้นั่นเอง.. ปล่อยพวกเค้าออกมาโดยการกดสวิทช์.. เค้าทั้งสองจะขอบคุณเรามากแล้ววิ่งไปที่ทางออก.. ก่อนเราจะตามไปให้สำรวจในห้องขัง ซ้ายบนของห้องซ้ายและขวาบนของห้องขวา จะได้ไอเท็มดีๆมา.. เสร็จแล้วตามมออกมา จได้พบว่าทั้งสองถูกหัวหน้าโจรขวางทางเอาไว้.. จัดการหนักๆอีกรอบ.. เมื่อมันน่วมได้ที่ มันจะยอมแพ้และขอโอกาสกลับตัว.. ให้เราตอบ “ได้” เพื่อให้โอกาสมัน มันก็จะหนีไป.. ชายหนุ่มหญิงสาวจะขอบคุณเราอีกครั้งแล้วรีบกลับบ้านทันที…


ส่วนพวกเรา อย่าเพิ่งตามไปครับ.. ภาระกิจของเราอันดับแรกคือ สำรวจถ้ำให้ทั่วทุกซอกหลืบ แล้วปล้นสะดมชิงทรัพย์ให้หมด.. เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆครับ 🤣..
เสร็จแล้วออกมาจากถ้ำ ข้ามสะพานกลับมา.. แต่เราจะยังไม่กลับเมืองบาฮาราตะในตอนนี้.. เพราะเราจะไปยังที่ๆจ๊าบที่สุดที่หนึ่งในภาคนี้ นั่นคือ “วิหารดาร์ม่า” ในตำนานนั่นเอง… เดินทางขึ้นเหนือต่อครับ.. ไม่ไกลมาก เราก็จะได้พบกับวิหารในตำนานสมใจ…..


เราสามารถเข้าไปในวิหาร.. เดินไปหาคุณตาตรงกลางห้องเพื่อเปลี่ยนอาชีพได้เลยครับ(ต้องมี Level 20 ขึ้นไป).. เปลี่ยนได้แค่ครั้งเดียวนะ ดังนั้นคิดให้ดี… สำหรับอาชีพ “นักแสดงตลก” สามารถเปลี่ยนเป็น “นักปราชญ์” ได้เลย.. แต่อาชีพอื่นต้องไปเก็บหนังสือ “Zen Book” ก่อน แล้วเอามาอ่าน จึงจะสามารถเปลี่ยนเป็น “นักปราชญ์” ได้นะครับ… คุณยายทางซ้ายบนสามารถเปลี่ยนชื่อให้เราได้…
สำหรับคำแนะนำของผู้เขียนก็คือ.. ให้เปลี่ยน “นักเวทย์” ขาวหรือดำก็ตาม ที่เรียนเวทย์มาจนฉ่ำแล้ว มีเวทย์สำคัญๆครบหมดแล้ว เป็นอาชีพ “นักสู้สายหมัด(หรือกังฟู)” นั่นเองครับ.. สาเหตุก็เพราะ อาชีพ “นักสู้” มีความเร็วสูงมากๆ, โจมตีติดคริติคอลบ่อย, และพลัง HP สูง.. ยิ่งถ้าเรียนเวทย์มาแบบจัดเต็มแล้วด้วย ก็จะเรียกว่า เป็นยอดนักสู้ที่โคตรจะครบเครื่อง และจ๊าบสุดๆนั่นเอง 😆…
แต่สำหรับคนที่ชอบสายเวทย์จริงๆ.. ก็เหลือไว้ 1 ตัวครับ เดี๋ยวเราจะไปเก็บยอดคัมภีร์ “Zen Book” (ชื่อหนังสืออาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชั่นที่เล่นนะครับ) เพื่ออาชีพ “นักปราชญ์” กัน…
ออกเดินทางจากวิหารดาร์ม่าขึ้นไปทางทิศเหนือไม่ไกลมาก.. เราจะได้พบกับหอคอย “Garuna” เข้าไป.. สำรวจให้ทั่วก่อนก็ได้ครับ แต่จุดที่จะไปเอาคัมภีร์คือบันไดซ้ายบนที่ต้องผ่านพื้นหญ้าไปก่อนนั่นเอง…
ขึ้นบันไดไป.. ไต่ข้ามเส้นเชือกมาทางขวา.. ลงบันได เดินไปตามทาง ลงช่องวาร์ป.. จะเจอบันได 3 อัน คือ บน(ไปเก็บของ),ล่าง(ป๋องเก็บไค😂), และขวา(ไปเอาคัมภีร์).. ไปเก็บของให้หมดแล้วปิดท้ายด้วยบันไดขวา า พอขึ้นไปชั้นบนให้เลือกบันไดอันล่าง.. ไปตามทางเรื่อยๆจนเจอเส้นเชือกยาวๆอีกครั้ง(ฝั่งซ้ายมือเรา).. เดินไปอยู่ตรงกลางเส้นเชือก.. (จริงๆตรงนี้เราต้องกระโดดลงไปเพื่อไปเอาคัมภีร์ แต่ผู้เขียนแนะนำแบบนี้ครับ อย่าเพิ่งกระโดด เดินต่อไปจนสุดทางก่อน.. เราจะได้พบกับบันได “ขึ้น” และ “ลง” ให้เราเลือกขึ้นก่อนครับ ไปเก็บสมบัติ.. เสร็จแล้วกลับมาเลือกบันไดลงบ้างครับ.. เราจะโผล่มาในห้องโล่งๆห้องหนึ่ง เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ความเจ๋งของห้องนี้คือ มีมอนสเตอร์ “เมทัลสไลม์” (สไลม์โลหะสีเทา) อยู่เยอะมากๆ.. เจอได้เรื่อยๆ.. ซึ่งความพิเศษของมันคือให้ Exp ถึง 1,000+ ต่อตัวเลยนั่นเอง.. Hp แค่ 3 เท่านั้น แต่ความรวดเร็วเป็นเลิศ พอใกล้ตายก็ชอบวิ่งหนี.. ดังนั้นจึงเป็นมอนสเตอร์ที่ท้าทายฝีมือผู้เล่นเป็นอย่างมาก.. ใครที่ชอบเจอมัน ห้องนี้คือสวรรค์ของคุณ(จริงๆพื้นที่อื่นในหอคอยก็มี แต่ห้องนี้กว้างและไม่ต้องกลัวตก จึงสะดวกที่สุดครับ).. 😁.. ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ…)…
เมื่อล่าเมทัลสไลม์จนพอใจแล้วก็ให้กลับมาอยู่กลางเส้นเชือกอีกครั้งครับ.. แล้วกระโดดลงไปด้านล่าง.. เราจะมาอยู่บนดาดฟ้าที่มีรอยแตกใหญ่อยู่ตรงกลาง ก็ให้กระโดดลงไปในรอยแตกนั้นครับ.. ลงบันไดไปอีก.. เราก็จะได้พบกล่องสมบัติที่มีคัมภีร์ “Zen Book” ในตำนานอยู่นั่นเองๆๆ.. อยากให้ใครเป็นนักปู้ด!เอ้ย “นักปราชญ์” ผู้สามารถใช้เวทย์ได้แบบจ๊าบสุดๆ ก็ให้เค้าเป็นคนถือคัมภีร์เล่มนี้ แล้วไปขอเปลี่ยนอาชีพกับคุณตาผู้เปลี่ยนอาชีพให้เราได้ที่ “วิหารดาร์ม่า” ครับ.. ก็จะมีอาชีพ “นักปราชญ์” แสดงเพิ่มมาเพื่อให้เราเลือกครับ… 👍
หลังจากที่เราเปลี่ยนอาชีพแล้ว(ไม่ว่าอาชีพอะไรก็ตาม) เลเวลของเราจะถูกรีบู๊ทกลับมาที่เลเวล 1 อีกครั้ง.. จะให้ดีก็คือ ไปเดินเก็บเวลให้เพื่อนเราที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพมาหมาดให้สูงขึ้นมาในระดับหนึ่งก่อนก็จะดีมากๆครับ ก่อนออกผจญภัยต่อไป.. สถานที่ๆแนะนำที่สุดก็คือ บนหอคอย “Garuna” ที่เราไปเอาคัมภีร์นักปราชญ์มานั่นเอง.. มอนสเตอร์ที่อยากให้โฟกัสเป็นพิเศษก็คือ “เมทัลสไลม์” นั่นแหละ.. ฆ่าได้แค่ตัวเดียวก็ได้ทีละ 1000+ แล้วครับ.. เลเวลของเราและเพื่อนของเราก็จะพุ่งปรู๊ดๆอย่างรวดเร็วเลย…
เมื่อพอใจแล้ว ให้มาตั้งหลักที่วิหารดาร์ม่าอีกครั้งครับ.. เดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้นิดหน่อย จะได้พบกับด่านต.ม.อีกหนึ่งจุด แต่ยังผ่านไปไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องไปสนใจครับ.. จากต.ม. เดินทางดิ่งขึ้นทางทิศเหนือ.. จะได้พบกับเมือง “Muoru : มุโอหรุ” (หรือ มัวร์).. ซึ่งเมื่อเราเข้าไป แล้วคุยกับชาวบ้าน เกือบทุกคนก็จะทักเราว่าเราคือ “Pokapa : โปกาป้า”.. บางคนแยกออก ก็จะว่าเราเหมือนเค้ามาก แต่ไม่ใช่.. บางคนแยกไม่ออก ก็จะเชื่อสนิทใจเลยว่าเราคือ “Pokapa” จริงๆ… สร้างความงุนงงให้กับเราและเพื่อนๆอย่างมาก…
เดินไปโซนร้านค้าทางขวาบน.. ร้านขวาสุด สังเกตุจะมีหมวกนักรบที่คุ้นตาวางอยู่ที่เค้าท์เตอร์.. เมื่อเราไปสำรวจที่หมวกนั้นและคุยกับเจ้าของร้าน เค้าก็จะตกใจที่ได้เจอเราอีกและคิดว่าเราคือ “Pokapa” อีกเช่นกัน.. เค้าบอกว่านี่ก็คือหมวกของเรานั่นแหละ ที่เรามอบให้หนูน้อย “Popota : โปโปต้า” เอาไว้.. แต่ก่อนจะคืนให้ ให้เราไปคุยกับโปโปต้าก่อนนะ บอกเค้าหน่อย.. ก็ให้เราเดินอ้อมไปหลังร้านแล้วขึ้นบันไดใกล้ๆพ่อค้านั่นเองเพื่อไปชั้นบน…
เมื่อขึ้นไปแล้ว เราจะได้พบกับเด็กน้อย 4 คน กำลังนั่งเล่นกันอยู่นั่นเอง.. คนล่างกลางก็คือ “Popota” นั่นเอง.. เมื่อคุยกัน จึงได้รู้ว่าจริงๆแล้ว “Pokapa” ที่ทุกคนคิดว่าเราเป็น ก็คือผู้กล้า “ออร์เตก้า” ท่านพ่อของเรานั่นเอง.. ทุกคนที่นี่เรียกพ่อเราว่า “โปกาป้า”.. (คุยกับเด็กๆให้ครบทุกคน จะได้รู้ข้อมูลเนื้อเรื่องเหล่านี้).. เมื่อเราออกมาและกำลังจะลงบันได หนูน้อยโปโปต้าจะรีบวิ่งตามมาบอกว่า หมวกนักรบที่พ่อเราให้เค้าไว้ เค้าใส่ได้ไม่พอดีเอาซะเลย(คงจะใหญ่ไป) ใส่ไม่สบาย.. เลยคิดว่าให้เราเอาไปใช้น่าจะดีที่สุด น่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด.. ลงมา เราก็จะได้ “หมวกรบของออเตก้า” มาครอบครองครับ.. ใส่แล้วพลังป้องกันเพิ่ม บวกภาคภูมิใจ ยังไงชอบกล.. ไปลุยด้วยกันนะพ่อ.. ไปลุยด้วยกันอีกครั้ง….. (ไม่ยักรู้ว่าเราเหมือนพ่อขนาดนี้เลยหรือนี่ 😁)
เสร็จภาระกิจในโซนนี้ครับ.. กลับไปเอา “Black Pepper” หรือพริกไทยดำที่ร้านค้าซ้ายล่างในเมือง “Baharata : บาฮาราตะ” ได้เลย… พ่อหนุ่มคนขายยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมอบให้เราฟรีๆ เพื่อตอบแทนที่เราไปช่วยเค้าและแฟนสาวจากเงื้อมมือโจรเอาไว้ได้ครับ… รับมาด้วยความยินดีและขอบคุณ เสร็จแล้วใช้เวทย์วาร์ปกลับเมือง “Portoga : ปอร์โตก้า”.. เอาพริกไทยดำไปมอบให้พระราชา.. พระราชาจะดีใจจนน้ำตาเล็ด ชื่นชมเราอย่างมากมาย และรีบสร้างเรือมอบให้เราหนึ่งลำตามสัญญา…
เดินมาที่ท่าเรือด้านล่าง.. เรือของเราก็จอดรออยู่แล้วครับ.. อย่ารอช้า กระโดดใส่แล้วแว๊นซ์ออกนอกเมืองทันที… 😆
จังหวะนี้.. อยากจะบอกว่า เราสามารถเดินทางไปทั่วทั้งโลกได้แล้ว.. แนะนำให้ออกตอแหลให้ทั่วทั้งแผ่นดิน เพื่อหามอนส์แปลกๆตบ(สนุกมาก) เปิดแมพฯที่ยังเป็นสีเทาไปในตัว.. แต่ข้อแนะนำคือ ห้ามไปคุยกับใครซี้ซั้วหรือเข้าสถานที่ซี้ซั้วนะครับ เพราะเดี๋ยวจะไปแตะโดนอีเว้นท์หรือเควสท์อะไรเข้าโดยไม่ตั้งใจ.. มาคุยกับ npc ตัวนั้นอีกทีคราวหลัง มันจะพูดไม่เหมือนเดิม หรือมีเงื่อนไขอะไรถูกเปิดสวิทช์ไปซะแล้ว เดี๋ยวมันจะงง.. ดังนั้น แนะนำให้ท่องเที่ยวตีมอนส์เอามันอย่างเดียวไปก่อนครับ(ถ้าใครขี้เกียจก็ไม่ต้องก็ได้).. เมื่อพอใจแล้วก็กลับมาปักหลักที่เมือง “Portoga” อีกครั้งครับ…
จากเมืองปอร์โตก้า ร่องเรือมุ่งหน้าลงใต้(ฝั่งซ้ายนะครับ) แล่นเรือเลาะขอบทวีปไปเรื่อยๆ.. เราจะได้พบกับร่องแม่น้ำที่ไหลเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ.. 2 รูแม่น้ำแรกจะมีสะพานกั้น ไม่สามารถล่องเรือเข้าไปได้ แต่รูที่ 3 จะไม่มีสะพาน จะสามารถเข้าไปได้.. ให้เข้าไปครับ เจอทางแยกให้ขับลงมา.. เราจะได้พบกับเมือง “Tedanki : เทดันกิ”(หรือ Tedon).. ถ้าอยากคุยกับชาวบ้านและซื้อของให้เข้าหมู่บ้านในตอนกลางคืน แต่เราจะมาเอาของ ดังนั้นเราต้องเข้าในตอนกลางวันนะครับ.. หมู่บ้านก็จะโทรมๆยังกะหมู่บ้านร้าง.. ในร้านขายอาวุธ หลังเค้าท์เตอร์จะมีบันไดขึ้นไปชั้นสองได้.. ขึ้นไปครับ แล้วเก็บของให้หมด เราจะได้ไอเท็ม “Lamp Of Darkness” ตะเกียงแห่งความมืดมาครอบครอง.. มันมีความสามารถในการเปลี่ยนกลางวันเป็นกลางคืนได้ตามใจต้องการนั่นเอง…
ได้แล้วล่องเรือออกมาทางเดิม.. ล่องลงใต้ ตีโค้งไปทางตะวันออก ข้ามทะเลไปยังอีกเกาะทวีปหนึ่ง(เป็นทวีปเล็กๆไม่ใหญ่มาก ดูแผนที่ด้านล่างประกอบได้นะครับ).. ซีกขวาของเกาะจะมีเมือง “Lancel : แลนเซล” อยู่.. ที่ร้านขายไอเท็มจะมีไอเท็ม “Vanishing Hurb” ใบไม้ล่องหนขายอยู่.. ให้ซื้อมาครับ(จริงๆใช้ใบเดียว แต่ถ้ากลัวเผลอใช้ ก็ซื้อเผื่อไปหน่อยครับ)..
ได้ใบไม้ล่องหนแล้ว ล่องเรือกลับไปทางเดิมเพื่อกลับไปยัง “Portoga” แต่ไม่ต้องเลี้ยวเข้าปอร์โตก้า.. ล่องเรือเลยขึ้นเหนือไป จนเกือบซ้ายบนสุดของแม็พ จะได้พบกับปราสาท “Eginbear : อีกินแบร์” อยู่บนเกาะที่ไม่ใหญ่มาก.. เมื่อเราเข้าไป จะได้พบกับทหารเฝ้าทางเข้าที่เคี่ยวสุดๆ ปากดีอีกต่างหาก.. มันจะไม่ให้เราเข้า ไม่ยอมเลย.. ให้เราชี้หน้ามันหนึ่งที แล้ววิ่งออกมาหลบข้างกำแพง แอบกดใช้ไอเท็ม “ใบไม้ล่องหน” อย่าให้มันเห็น.. แล้วค่อยเดินกลับไป..
หลังจากเสพใบไม้ล่องหนไปแล้ว เจ้าทหารยามจะมองไม่เห็น ให้เบิร์ดกะโหลกไปหนึ่งที แล้วเดินผ่านเข้าไปโลด.. สำรวจปราสาทให้ทั่ว เก็บสมบัติ สำรวจของให้หมด.. แล้วลงบันไดในห้องที่สองทางซ้ายมือตอนเราเดินเข้ามานั่นเอง.. เมื่อลงไป เราจะได้พบกับก้อนหิน 3 ก้อนใหญ่.. เราต้องเข็นพวกมันไปวางไว้บนกระเบื้องสามชิ้นที่เรียงกันอยู่ด้านบนนั่นเอง.. ตรงนี้จะเป็น Puzzle ลับสมองนิดนึงครับ ต้องใช้สมองนิดนึง.. ระวังอย่าดันแรงจนหินตกน้ำ ถ้าหินตกน้ำต้องออกจากห้องแล้วเข้าใหม่เพื่อรีเซ็ตทุกอย่างในห้อง..
ไม่ยากเกินฝีมือครับ.. เมื่อเรียงครบสามก้อน ประตูทางลับจะเปิดออก.. เข้าไป เราจะได้ไอเท็ม “Pot Of Dryness” มาครอบครอง.. มีอิทธิฤทธิ์ในการเสกน้ำทะเลให้แห้ง เสกน้ำให้แห้งนั่นเอง..
ได้แล้วกลับมาตั้งหลักที่ทวีปของ “Aliahan” บ้านเกิดของเรา.. จากทวีปของเรา ล่องเรือดิ่งขึ้นเหนือ ผ่านช่องแคบน้ำแข็ง ทะลุขึ้นมากลางบนของแผนที่โลกเลยครับ.. จะเจอกับหย่อมหินเล็กๆหนึ่งหย่อม(ในแผนที่โลกจะเป็นจุดพิกเซลหนึ่งจุด).. ขับเรือมาชิดกับหย่อมหิน แล้วกดใช้ไอเท็ม “Pot Of Dryness”.. น้ำทะเลจะแห้งลง เกาะเล็กๆจะปรากฏขึ้น.. เข้าไปครับ…
เราจะได้กุญแจวิเศษอันสุดท้ายที่นี่ มันคือ “กุญแจคุก” นั่นเอง.. สามารถใช้ไขกุญแจคุกหรือกุญแจลูกกรงที่เราได้พบได้เจอทั้งหมดได้แล้วครับ…
กลับไปตั้งหลักที่ “Portoga”.. เราจะข้ามมายังทวีปขวาสุดของแผนที่โลก โดยการล่องเรือจากปอร์โตก้ามาทางตะวันตกนั่นเอง.. เราก็จะข้ามมาโผล่ทวีปขวาสุดบนแผนที่โลกนั่นเอง.. ล่องเรือเลาะขอบทวีปลงใต้ เลี้ยวเข้าไปในร่องแม่น้ำทางตะวันออก(จะสังเกตุเห็นร่องแม่น้ำแตกแขนงเข้าไปในแผ่นดิน มีลักษณะคล้ายฝ่ามือของมนุษย์..) ให้เข้าไปครับ.. หาทางเข้าไปทางหมู่บ้านซ้ายบนให้ได้..
เราจะได้พบกับหมู่บ้านอินเดียนแดง.. หมู่บ้าน “Soo” นั่นเอง… ที่บ่อน้ำกลางหมู่บ้าน สำรวจด้านบนจะได้รับเหรียญ “Small Medal” สำรวจด้านล่างจะได้รับ “Thunder Staff” หรือไม้เท้าสายฟ้า.. สำรวจให้ทั่ว คุยกับชาวบ้านให้หมด จะได้ข้อมูลนู่นนี่นั่นพอสมควร.. เสร็จแล้วเตรียมตัวให้พร้อม แล้วเดินทางไปยังหอคอย “Tower Of Arp” ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปนี้(ดูในแผนที่).. เหมือนจะใกล้ แต่เอาจริงๆอย่างไกล เพราะต้องแล่นเรืออ้อมทวีปเลยทีเดียว.. เลือกเอาครับ จะอ้อมบนหรืออ้อมล่าง…
เข้าไปในหอคอย.. เดินตรงขึ้นไป เจอประตูแดงใหญ่ ผ่านเข้าไป.. เลือกไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ เดินตรงขึ้นไป จะเจอประตูแดงใหญ่อยู่ตรงกลาง เดินผ่านลงมาครับ.. จะเจอกับห้องโถงใหญ่หนึ่งห้อง เปิดประตูเข้าไปเราจะพบบันไดรวมกันอยู่ตรงกลาง 4 บันไดเลย.. ให้เราเลือกบันไดซีกซ้ายครับ..
เมื่อโผล่ขึ้นมาอีกชั้น ให้เดินไปทางซ้ายครับ ไปตามทางเรื่อยๆ.. เดินขึ้นบันไดที่อยู่ใกล้ตัวไปเรื่อยๆ.. จะเจอกับชั้นที่มีรูโบ๋ใหญ่ตรงกลาง ก็ไปต่อครับ ขึ้นบันไดทางขวาไปอีก.. เราจะเจอกับชั้นที่มีรูโบ๋แต่มีเชือกพาดไปมาทั่วทั้งห้อง.. ให้เราไต่เชือกอย่างระวังไปเก็บสมบัติให้ทั่วทั้งห้อง.. เรียบร้อยแล้ว ไต่มาอยู่ที่เชือกช่องกลาง(ช่องที่ 2 นับลงมา).. แล้วกระโดดลงไป.. เราจะได้พบกล่องสมบัติทั้งหมด 4 กล่องด้วยกัน.. หนึ่งในนั้นคือไอเท็มสำคัญที่เรามาตามหานั่นเอง “Mountain Echo Flute” เอาไว้เป่าฟังเสียงสะท้อนว่าพื้นที่ใดมี “ลูกแก้วอภินิหาร” อยู่บ้าง.. เดี๋ยวเราต้องไปตามหาพวกมันครับ… สำรวจหอคอยให้ทั่ว แล้วออกมาครับ…..
จาก “Tower Of Arp” ขับดิ่งเลาะแผ่นดินลงมาทางทิศใต้ สู่ทวีปขวาล่างของแผนที่โลก.. เกือบสุดแหลมขวาล่าง เราจะได้พบกับ “ฐานทัพโจรสลัด”.. ถ้าเรามากลางวันจะไม่พบโจรสลัด จะเจอเพียงชายคนนึงที่เดินซุ่มอยู่แถวหน้าบ้าน แต่ถ้ามากลางคืน จะได้พบกับเหล่าโจรสลัด(ซึ่งใจดีมากๆซะงั้น).. พอพวกเค้ารู้ว่าเราคือผู้กล้าที่จะไปปราบบารามอส พวกเค้าจะดีกับเรามาก บอกว่าอยากมาพักเมื่อไหร่ก็ได้.. ไปคุยกับบอสสาวในห้องบอส เราจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะเล็กๆทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วย… ออกจากตัวบ้าน แล้วเดินเลียบกำแพงบ้านทางขวาสุด ขึ้นไปจะได้พบกับ “ก้อนหิน” ก้อนหนึ่งวางอยู่บนลานดิน.. ให้ผลักก้อนหินให้หลบไปแล้วกดสำรวจ บันไดทางลับจะปรากฏขึ้น.. ลงไป แล้วเก็บสมบัติให้หมด เราจะได้ “Red Orb” ลูกแก้วอภินิหารสีแดง ลูกแรกมาครอบครอง…
ต่อไปเราจะไปยังเมือง “Tedon” หรือ “Tedanki” ทางซ้ายล่างของแผนที่กันบ้าง(สามารถล่องเรือทะลุแมพฯมาทางตะวันออกของบ้านโจรสลัดได้เลย).. เป็นหมู่บ้านที่เราเคยล่องเรือเข้าไปเอา “ตะเกียงแห่งความมืด” นั่นเอง.. เข้าไปในหมู่บ้านแล้วเดินดิ่งขึ้นไปที่ห้องขังด้านบนสุดของหมู่บ้าน ตอนนี้เรามีกุญแจวิเศษในการไขห้องขังหรือคุกแล้ว ไขเข้าไปในห้องขัง คุยกับนักโทษแล้ว เราจะได้ “Green Orb” มาครอบครอง…
วาร์ปกลับไปยัง “อาเลียฮาน” บ้านเรา.. ไปที่โรงเตี๊ยมลุยด้าชั้นสอง สร้างตัวละครพ่อค้าแม่ค้า 1 คน.. แล้วออกเดินทางไปยังเมืองสร้างใหม่ที่ทวีปขวาบน(เมืองอยู่บรรทัดเดียวกับเมือง Soo เมืองอินเดียนแดงนั่นเอง แต่อยู่เกือบติดขอบแผ่นดินขวาสุดเลย มีลักษณะเป็นป่าแหว่ง 1 จุด).. เข้าไปแล้วคุยกับคุณลุงที่เฝ้าอยู่.. แกกำลังต้องการพ่อค้าเพื่อพัฒนาเมือง แกจะถามเราว่าขอพ่อค้าไว้ให้ช่วยแกที่นี่ได้ไม๊ เราก็ตอบ “ได้” ไปครับ.. ฝากพ่อค้าไว้ที่นี่ แล้วเดี๋ยวพอเมืองเสร็จเราจะมาเอาของกันทีหลังครับ…
ต่อไปวาร์ปไปตั้งหลักที่เมือง “Reeve” ล่องเรือดิ่งขึ้นมาทางทิศเหนือ ข้ามทวีปมาไม่ไกล จะได้พบกับเมือง “Jipang” และถ้ำหนึ่งถ้ำอยู่ใกล้ๆกัน… เป็นเกาะเล็กๆเลียบแผ่นดิน รูปทรงคล้ายๆประเทศญี่ปุ่น.. เข้าไปในเมือง “Jipang” ก่อนครับ.. คุยกับชาวบ้านให้ทั่วหมดทุกคน(ตีมญี่ปุ่นมาเต็มครับเมืองนี้ เสื้อผ้าหน้าผม ต้นซากุระ).. เราจะได้ข้อมูลเรื่อง การบูชายัญเด็กสาวให้แก่ “Orochi : โอโรชิ” อะไรซักอย่าง.. ชาวบ้านอยู่ด้วยความหวาดกลัวและเป็นห่วงเด็กๆ.. ได้ยินเรื่องการเป็นผู้นำทางความคิดอย่างมากของเจ๊ “Himiko : ฮิมิโกะ”.. ด้านบนของหมู่บ้านจะเป็นศาลเจ้า ที่มีเจ้าแม่ “ฮิมิโกะ” ประทับอยู่นั่นเอง.. เข้าไปโลด…
พอเราเข้าไปด้านในสุด ก็จะได้พบกับอีซือเจ๊ “ฮิมิโกะ” นั่นเอง.. คุยด้วยก็จะถามก่อนเลยว่า เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า? ก็ตอบ “No” ไปครับ.. เจ๊ไม่ชอบหน้าเราเต็มที่ บอกว่าที่นี่ไม่ต้อนรับเรา ที่นี่ไม่ต้องการเรา ไปซะให้พ้นจากหมู่บ้านนี้… แหม่ วอนซะแล้ว.. ได้กลิ่นแหม่งๆมาเต็ม แต่ออกมาก่อนครับ.. ออกจากเมือง แล้วเข้าถ้ำขวาบนใกล้ๆเมืองนั่นเอง…
นี่คือ “ถ้ำจิปัง” นั่นเอง.. ในถ้ำนี้ค่อนข้างร้อนแรง มีลาวาเดือดระอุ มีมอนสเตอร์ทาสไฟมากมาย และมีเสียงกรีดร้องของปีศาจดังอยู่ต่อเนื่อง.. สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากเลยก็คือ มอนสเตอร์ในถ้ำนี้สามารถทำให้เราติดอาการ “สับสน” ได้ด้วย.. เตรียมรับมือให้ดี เดี๋ยวจะฟันกันเองตายซะก่อนเจอบอสครับ.. ถ้ำไม่ซับซ้อนครับ สบายๆ สำรวจให้ทั่ว.. ถ้าเจอกล่องสมบัติที่มี “หน้ากาก” เพิ่มพลังป้องกัน.. “อย่าใส่เด็ดขาด” เราจะติดสับสนตลอดเวลา ถอดไม่ได้ เป็นหน้ากากต้องสาป ใส่แล้วต้องไปให้บาทหลวงในโบสถ์ถอดให้เท่านั้น(เสียเวลามากๆนะ).. เก็บไว้ก็พอ…
สำรวจทั่วแล้วเดินลงบันไดไปครับ.. สำรวจต่อไป เราจะได้พบห้องๆหนึ่งที่มีแต่โครงกระดูกมนุษย์เต็มไปหมด.. ก่อนถึงห้องนั้น เลี้ยวขวาไป ข้ามสะพาน เราก็จะได้พบกับเจ้า “มังกรโอโรชิแปดหัว” นั่นเอง… เข้าบวกได้เลยครับ.. ตบให้ลง.. ไม่ยากเท่าไหร่… (ผู้เขียนแนะนำให้ใช้เวทย์เพิ่มพลังป้องกันกลุ่มให้พวกเราทั้งหมดซัก 2 – 3 รอบ.. ใช้เวทย์เพิ่มพลังโจมตีให้สายตีหนัก.. แค่นี้แหละครับ.. ตีรัวๆไป เดี๋ยวก็เรียบร้อย)..
เมื่อเราสามารถเอาชนะมันได้ มันจะดร็อป “ดาบโอโรชิ” ให้กับเรา.. แล้วมันจะเปิดช่องวาร์ปหนีไป.. ให้เราลงช่องวาร์ปตามไป.. ก็จะไปโผล่ในห้องของ “ฮิมิโกะ” นั่นเอง.. นอนหอบหายใจรวยรินอยู่.. เมื่อคุยด้วย เธอจะขู่เราว่า เราได้เห็นร่างที่แท้จริงของเธอแล้ว.. ถ้าเราหุบปากไม่บอกใคร เธอจะไว้ชีวิตเรา.. ก็ให้เราตอบ “No” ไปครับ.. แล้วเธอก็จะแปลงร่างเป็น “มังกรโอโรชิแปดหัว” อีกครั้งครับ.. รอบนี้จะโหดกว่าเดิมหน่อย.. ตบให้ลงครับ…
เมื่อเราปราบมันได้สำเร็จ.. รุ่งเช้าจะมีกล่องสมบัติตั้งอยู่ตรงที่นอนของฮิมิโกะ.. เมื่อเรากดสำรวจ เราก็จะได้ “Purple Orb” หรือลูกแก้วสีม่วงมาครอบครองครับ.. คุยกับชาวบ้าน ทุกคนจะขอบคุณเรามากๆ ขอบคุณสุดหัวใจที่เราปราบเจ้าโอโรชิลงได้ จากนี้ไปทุกคนจะได้อยู่อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วงเด็กๆอีก…..
ใช้เวทย์วาร์ปหรือล่องเรือไปยังเมือง “Lancel” ที่เราเคยไปซื้อใบไม้ล่องหนที่เกาะซ้ายล่างของแผนที่โลกครับ(ทิศตะวันตกของทวีปอาเลียฮานของเรา).. เข้าไปในเมือง แล้วพยายามเดินเลียบขวาสุดของหมู่บ้านขึ้นไปครับ.. เราจะได้พบกับสถานที่ที่มีประตูกรงขังขนาดใหญ่ตั้งอยู่.. สำรวจให้ทั่วด้านนอก แล้วเข้าไปด้านในครับ.. เราจะได้พบกับท่านบาทหลวงยืนรออยู่หนึ่งท่าน.. เมื่อเราคุยด้วย ท่านจะถามว่า มีภาระกิจที่ต้องลุยเดี่ยว คุณพร้อมที่จะทำหรือไม่?.. ถ้าเราตอบใช่ ท่านจะเดินนำหน้าไปก่อน เราก็จะแยกจากเพื่อนๆของเรา.. เดินตามเค้าขึ้นไป.. เมื่อถึงจุดที่บาทหลวงรออยู่ ให้เดินไปทางขวาด้านหลังบาทหลวงก่อน จะพบกล่องสมบัติหนึ่งใบ เก็บของครับ.. แล้วกลับมาคุยกับบาทหลวง.. เสร็จแล้วไปทางซ้าย.. เราจะออกจากหมู่บ้านไปโผล่ในเวิ้งๆหนึ่งที่มีถ้ำอยู่ตรงกลาง(เราเห็นตั้งนานแล้วล่ะ แต่หาทางเข้าไม่ได้).. เข้าไปในถ้ำครับ.. เดินผ่านประตูใหญ่สีแดงเข้าไป.. แยกแรกถ้าเราไปซ้ายหรือขวา จะเป็นเขาวงกตครับ ดังนั้นไม่ต้องไป เดินลงต่อไป.. ห้องนี้จะมีกล่องสมบัติทั้งซ้ายและขวาเลยครับ เดินไปเก็บให้หมดทุกห้อง(บางห้องในกล่องสมบัติจะมีมอนสเตอร์อยู่)..
เก็บครบทุกห้องแล้วเดินลงมา ไปตามทาง สุดทางเราจะได้เจอกับบันไดลง.. ตรงนี้ตั้งสติให้ดี อย่าเพิ่งเดินสะเปะสะปะ.. เมื่อโผล่ลงไปยังห้องด้านล่าง ห้องนี้จะกว้างใหญ่มาก.. จากจุดที่เราโผล่ลงมา เดินขึ้นไปด้านบน 7 ช่อง แล้วเดินไปทางขวา จะพบกับบันไดลง ให้ลงไปครับ.. เดินไปตามทางจนสุดทางจะพบกับกล่องสมบัติ.. เราจะได้ชุดเกราะ 1 ชุด.. กลับออกมาที่ห้องกว้างใหญ่อีกครั้ง.. เมื่อโผล่ขึ้นห้องใหญ่ ให้เดินตรงขึ้นไปด้านบน จะได้พบกับบันไดลงอีกอัน ให้ลงไปครับ.. เดินไปตามทางจะเจอสามแยก ให้เลือกเดินขึ้นไปข้างบน.. ระหว่างทางเราจะเจอกับรูปปั้นนูนสูงของหน้าปีศาจที่จะทำตาสว่างวาบใส่เราเรื่อยๆ มันจะคอยหลอนและปากดีใส่เรา ไม่ต้องไปสนใจ เดินไปจนสุดทาง เราจะได้พบกล่องสมบัติสองกล่อง.. เก็บให้หมด.. หนึ่งในนั้นจะเป็น “Blue Orb” ลูกแก้วสีน้ำเงินนั่นเอง.. หลังจากได้ลูกแก้วมาแล้ว ทีนี้สำรวจให้จุใจครับ.. ไปให้ทั่วให้หายของใจ ตีมอนส์ให้ฉ่ำ.. พอใจแล้วกลับออกมา(วาร์ปก็ได้ เดินก็ได้)..
เมื่อเข้าหมู่บ้าน.. ท่านบาทหลวงจะรออยู่ ก็คุยกับแกแล้วก็กลับมารวมกับเพื่อนๆครับ.. จบภาระกิจที่นี่…
ต่อไปแวะไปดูเมืองที่เราเอาพ่อค้าไปฝากไว้(ขวาสุดของแผนที่โลก.. ต้องแวะมาดูเรื่อยๆนะครับ.. ไม่งั้นเมืองจะไม่พัฒนา.. จบเควสต์นึงก็แวะมาดู เรื่อยๆ..).. คุยกับพ่อค้าเพื่อนเราแล้วออกมา ล่องเรือเลียบแผ่นดินขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ.. เราจะได้พบกับเกาะที่เริ่มมีหิมะปกคลุมครึ่งเกาะ.. บนเกาะจะมีศาลเจ้าอยู่หนึ่งศาล.. เข้าไปครับ แล้วเดินไปที่จุดวาร์ปด้านขวา.. เข้าไป.. เราจะไปโผล่ที่ศาลเจ้าอีกทวีปหนึ่ง.. เดินไปคุยกับบาทหลวง แกจะบอกว่าพระราชาแห่งเมือง “ซามาโนซ่า” แปลกๆไป.. บอกทางที่จะไปยังซามาโนซ่าให้เราด้วย…
เดินข้ามสะพานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของศาลเจ้านี้ แล้วเดินต่อไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้.. เราจะได้พบกับเมือง “Samanosa : ซามาโนซ่า” สมใจหมาย.. ประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นหมู่บ้าน และส่วนที่เป็นปราสาท.. คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว เราจะได้รับทราบถึงการแปลกๆไปของพระราชา.. นักรบไซม่อน.. ดาบไกอาในตำนาน… สำรวจให้ทั่ว เก็บของให้หมด ตามหลุมศพก็เช็คด้วย(ที่ร้านขายอาวุธมีดาบที่เจ๋งมากๆอยู่ นั่นคือ “ดาบปราบซอมบี้” นอกจากจะช่วยเพิ่มพลังโจมตีอย่างมาก เจ๋งกว่านั้นคือ อาชีพนักปราชญ์สามารถใช้มันได้ด้วย.. ตรงนี้โคตรเจ๋ง เพราะปกติสายเวทย์จะใช้ได้แค่คฑาหรือแส้ แต่นี่ใช้ดาบได้ โคตรเจ๋ง ถูกใจมากครับ..)… เสร็จแล้วเดินมาทางสะพานซ้ายล่างของหมู่บ้าน ตรงนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อกับตัวปราสาท..
เราจะไม่สามารถเข้าทางประตูหน้าวังได้.. ให้เราเดินเลียบมาทางขวาบน เข้าทางประตูห้องครัว.. คุยกับทุกคน ก็จะได้ข้อมูลเรื่องพระราชาทำตัวแปลกๆไปนั่นแหละ.. สำรวจเก็บของให้ทั่วทั้งวังก่อน แล้วปิดท้ายด้วยการไปคุยกับพระราชา.. มีอาการแปลกๆอีกละ เกรี้ยวกราด ไม่ชอบหน้าเรา สั่งให้ทหารจับเราไปขังทันที..
เมื่อมาอยู่ในคุก ให้เดินไปคุยกับทหารซ้ายบนเพื่อซึมซับข้อมูล.. สำรวจให้ทั่วแล้วมาไขประตูขวาล่างเพื่อไปยังโซนถัดไป.. พอเข้ามา เราจะได้พบกับพระราชาตัวจริงถูกขังอยู่ในคุกที่ห้องขวานั่นเอง.. คุยกับพระราชา เสร็จแล้วมาที่ห้องซ้าย.. กำแพงด้านซ้ายของห้องซ้ายจะสามารถทะลุไปยังทางลับได้.. เดินทะลุไป แล้วเดินไปตามทางจนสุด.. ขึ้นบันไดไป เราจะไปโผล่ที่หลุมศพกลางสุสานของหมู่บ้าน…
เตรียมตัวให้พร้อม นอนหลับพักผ่อน ซื้อไอเท็ม แล้วออกจากหมู่บ้าน.. เราจะไปเอา “กระจกแห่งรา” ที่ถ้ำทางตะวันออกเฉียงใต้ของซามาโนซ่ากัน(มอนสเตอร์ละแวกซามาโนซ่านี้ ใช้ได้ทีเดียว เหมาะแก่การเก็บเลเวลอยู่)…
เข้าไปในถ้ำ.. สำรวจให้ทั่วครับ ซับซ้อนนิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก.. บันได้ลงจะอยู่บริเวณกลางๆห้อง.. พอลงไป เราจะได้พบกับกล่องสมบัติมากมาย และ “หลุม” ที่ด้านล่าง.. จริงๆทางไปเอากระจกแห่งราก็คือหลุมนี้แหละ.. แต่ ไปเก็บสมบัติให้หมดก่อนครับ.. ไล่ไปเรื่อยๆ ข้างบข้างล่าง ไล่ไป.. เก็บให้หมด สำรวจให้หมด.. เราจะได้เจอกล่องสมบัติที่เก็บกระจกแห่งราเอาไว้ แต่เข้าไปเอาไม่ได้เพราะมีน้ำล้อมอยู่.. กลับออกมา เสร็จแล้วกลับมา ลงหลุมที่ว่าไปครับ…
เราก็จะหล่นตุ้บไปอยู่หน้ากล่องสมบัติเลย.. เปิดกล่อง เราก็จะได้ “กระจกแห่งรา” ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์ในการคืนร่างแท้จริงดังเดิมให้กับสิ่งมีชีวิตที่ส่องมันครับ.. ได้แล้วกระโดดลงหลุมไปอีกที หรือจะใช้เวทย์วาร์ปออกจากถ้ำเลยก็ได้ครับ…
กลับไปที่ปราสาท “ซามาโนซ่า” อีกครั้ง.. ก่อนเข้าหมู่บ้านถ้าเป็นตอนกลางวัน ให้กดใช้ “ตะเกียงแห่งความมืด” ไอเท็มสุดจ๊าบที่เรามีตั้งนานแล้ว เปลี่ยนให้เป็นกลางคืนก่อนนะครับ.. แล้วเข้าไป ไปที่ปราสาท เข้าทางห้องครัวเหมือนเดิม.. ไปขึ้นบันไดทางขวาบน เดินไปตามทาง กระโดดลงจากดาดฟ้า ลอบเข้าไปในห้องนอนพระราชา.. ยืนข้างเตียง หันหน้าเข้าหาพระราชาตัวปลอม แล้วกดใช้ไอเท็ม “กระจกแห่งรา”.. มันจะคืนร่างแท้จริงเป็น “ยักษ์โทรว”!!.. มันนี่เองที่แอบจับพระราชาไปขังในคุกแล้วสวมรอยเป็นพระราชาซะเอง.. อย่ารอช้าครับ.. กระทืบซะให้ยับ.. 😂
เมื่อเราปราบมันได้สำเร็จ.. รุ่งเช้าพระราชาตัวจริงก็จะเสด็จนั่งบนบัลลังก์อีกครั้ง.. เราจะได้ “ไม้เท้าแปลงร่าง” เป็นรางวัลตอบแทน.. ทุกคนจะขอบคุณเราสุดๆ ที่ช่วยปราบยักษ์และนำสันติสุข ความปกติสุข กลับมาให้พวกเค้าอีกครั้ง…
แวะไปดูเมืองสร้างใหม่ของเราอีกครั้ง.. แล้วเดินทางไปสู่เมือง “โนอาเนล” ที่เราเคยช่วยคลายสะกดผู้คนหลับไหล(จำได้ไม๊?).. เดินทางไปยังเมืองเอลฟ์ทางทิศตะวันตก.. เมืองที่ราชินีเอลฟ์เกลียดมนุษย์เป็นที่สุด.. ก่อนเข้าเมือง ใช้ไอเท็ม “ไม้เท้าแปลงร่าง” ที่เพิ่งได้มา เสกตัวเองให้กลายเป็น “คนแคระฮ็อบบิต” ซะก่อน.. จากนั้นเข้าไปช้อปปิ้งให้ฉ่ำแล้วออกมาครับ…
ล่องเรือจากเมืองเอลฟ์ดิ่งไปทางทิศตะวันตก.. ข้ามฝั่งทะลุมายังเกาะ “Greenland” เกาะที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งเกือบทั้งเกาะ(ขวาบนของแผนที่โลก).. บริเวณกลางเกาะจะมีจุดที่แหว่งโบ๋อยู่ เข้าไปจะเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เหมือนไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วบริเวณขวาบนมีบ้านคุณตาอยู่หนึ่งหลังครับ.. เมื่อเข้าไปแล้ว เดินมาทางขวาประมาณ 15 ช่อง แล้วเดินดิ่งขึ้นด้านบน.. ก็จะได้พบกับบ้านคุณตาสุดสันโดษหนึ่งหลังนั่นเอง…
เข้าไปแล้วคุยกับแก เมื่อแกเห็น “ไม้เท้าแปลงร่าง” ของเรา แกจะชอบมากและขอแลกด้วย “เข็มทิศกระดูก” ถ้าเราโอเค.. ก็ตอบตกลงไปครับ เราก็จะได้ “เข็มทิศกระดูก” มาครอบครอง.. มันมีอิทธิฤทธิ์ในการใช้ตามหาเรือผีสิงในตำนานได้นั่นเอง…
วาร์ปไปที่เมือง “Romaly” เมืองที่พระราชาให้เราเป็นพระราชาแล้วแกหนีไปเล่นในบ่อนนั่นแหละ.. กดใช้ “เข็มทิศกระดูก” เราก็จะได้เห็นตำแหน่งของเรือผีสิงที่อยู่ในอ่าวทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาลี่นี่เอง.. ลงเรือล่องไปขวาล่างไม่ไกล ก็จะได้เห็นเรือผีสิงแว๊นซ์ไปแว๊นซ์มาอยู่ในทะเลนั่นเอง.. ไปจอดเทียบใกล้ๆแล้วขึ้นไปครับ.. สำรวจให้ทั่ว คุยให้หมด เก็บของให้หมด.. เราจะได้รู้เรื่องของ Eric และ Olivia คู่รักที่ต้องพลัดพรากกันตอนที่เรือนี้เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง.. ไอเท็มสำคัญที่เราต้องเก็บมาให้ได้จากที่นี่คือ กล่องดนตรี “Memories of Love” นั่นเอง.. หาให้เจอครับ ไม่ยาก…
จากนั้นมาตั้งหลักที่ “ช่องแคบน้ำแข็ง” กลางบนของแผนที่โลก.. ให้เราล่องเรือเข้าไปในร่องน้ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของช่องแคบนั่นเอง(รูที่3) เลียบแผ่นดินไป.. เข้าไปเรื่อยๆ พอทะลุอ่าว เราจะไม่สามารถไปต่อทางตะวันตกได้ จะมีโขดหินและเสียงเพลงเศร้าๆ และเรือจะถูกผลักออกมา.. นั่นเพราะวิญญาณของโอลิเวียสิงสถิตย์อยู่บริเวณนี้นั่นเอง.. ให้เรากดใช้ไอเท็ม “Memories of Love”.. เสียงเพลงจะดังกังวาลไปทั่วบริเวณ วิญญาณของอีริคและโอลิเวียจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง.. พวกเค้าจะได้ไปสู่สุขคติ และเราก็จะสามารถเดินทางไปต่อได้…
ล่องเรือต่อไปจะได้พบกับ “ศาลเจ้า” เล็กๆบนเกาะ.. เข้าไป สำรวจให้ทั่ว.. ที่ห้องขังทางขวาสุดสำรวจที่ข้างๆเตียง เราจะได้ดาบในตำนาน “Gaia Sword : ไกอาซอร์ด” มาครอบครอง.. ลองใส่ดูซิ ชอบไม๊ ตีแรงทีเดียวล่ะ.. ถ้าชอบ เอาไปตีมอนส์เก็บเวลซะให้พอ เพราะเดี๋ยวเราต้องใช้มันผ่า “ภูเขาไฟ” ก็จะไม่ได้ใช้มันอีกแล้วนะ.. ดังนั้น ใช้ให้คุ้ม ใช้ให้ชื่นใจครับ…
ใช้จนชื่นใจแล้วก็เดินทางไปตั้งหลักที่เมือง “อซาลาม” ครับ.. ขึ้นเรือล่องใต้ลงมาไม่ไกล เจอแยกให้ไปทางซ้ายแล้วลงครับ.. เข้าไปเราจะเจอกับ “ภูเขาไฟ” ตั้งตระหง่านอยู่.. ให้เรากดใช้ดาบ “Gaia Sword” ของเรา.. เราจะผ่าภูเขาไฟ จนลาวาทะลักท่วมออกมา พอลาวาแห้งจะเกิดเส้นทางใหม่ให้เราไปได้ครับ..
เตรียมตัวพักผ่อนนอนหลับและซื้อไอเท็มให้พร้อม.. เมื่อพร้อมแล้ว เดินทางลงใต้จากภูเขาไฟไปยังปากถ้ำ “Necrogond : เนโครกอน” ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นั่นเอง.. มอนส์แถวนี้จะโหดขึ้นและเหมาะมากที่จะฟาร์มเลเวล.. ถ้าไม่รีบก็ฟาร์มเวลไปก่อนก็ได้ครับ พร้อมแล้วจริงๆค่อยเข้าไปในถ้ำ..
สำหรับในถ้ำ “เนโครกอน” นี้.. มอนสเตอร์จะโหดขึ้นอีกระดับ เหมาะฟาร์มเลเวลอีกเช่นกัน แต่ก็ต้องระวังด้วยเพราะมีมอนสเตอร์ที่สามารถขโมย MP ของเราได้ บางตัวสามารถโจมตีดับเบิ้ลสองครั้งได้.. ที่สำคัญเราจะไม่สามารถใช้เวทย์วาร์ปออกจากถ้ำได้ ต้องเดินเท่านั้นครับ.. ดังนั้น คำนวนพลังเวทย์ให้ดี..
สิ่งที่เราต้องทำในถ้ำนี้คือ เก็บไอเท็ม “ดาบสายฟ้า” และ “ชุดเกราะเบลดอาเมอร์” มีเหรียญ Small Medal ให้เก็บ 2 เหรียญครับ(ดูในแมพ).. ถ้ำนี้จะเริ่มซับซ้อนนะครับ เดินเองไหวก็เดิน เดินไม่ไหวเริ่มมึนงงก็ดูในแมพด้านล่างนี้ครับ(กดคลิกที่ภาพเพื่อขยายแมพ)..
สำรวจให้ทั่วแล้วเดินทะลุถ้ำออกไปครับ..
เมื่อทะลุถ้ำขึ้นไปด้านบนแล้ว เราจะมองเห็นปราสาทของบารามอสอยู่ซ้ายบน(แต่ยังเข้าไปไม่ได้) ให้เราเข้าศาลเจ้าขวาบน คุณกับคุณลุง คุณลุงจะมอบ “ลูกแก้วสีเงิน” ให้กับเรา.. เสร็จแล้ววาร์ปออกไปได้ครับ(หรือจะเดินกลับก็แล้วแต่ แต่อย่าลืมคำนวนพลังเวทย์ให้ดี เดี๋ยวจะตายในถ้ำซะก่อน..
เมื่อออกมาแล้ว ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านสร้างใหม่ที่เราเอาพ่อค้าไปฝากไว้ครับ ตอนนี้ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยหมดแล้ว.. จริงๆเรื่องความเสร็จสมบูรณ์ของหมู่บ้าน จะไม่เท่ากันในแต่ละคนละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราแวะมาดูถี่แค่ไหน แวะมาดูบ่อยก็อาจจะเสร็จเร็ว แวะมาดูช้าก็เสร็จช้า ไม่ต้องซีเรียสครับ.. ผู้เขียนเก็บไว้ท้ายสุดก็เผื่อคนที่ลืมแวะมาดูบ่อยๆ… เมื่อมาถึงหมู่บ้านที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถใช้บริการสถานที่ต่างๆได้เหมือนหมู่บ้านอื่นๆแล้วครับ โรงแรม, ร้านอาวุธ, ร้านขายของ, ฯลฯ.. ก็สำรวจให้หมด คุยกับทุกคนเพื่อซึมซับข้อมูล.. สุดท้ายก็ไปคุยกับพ่อค้าเพื่อนของเราได้ที่บ้านซ้ายบน.. เค้าจะร่ำรวยและมั่งคั่งสุดๆ.. จากนั้นออกจากเมืองแล้วเข้าไปใหม่.. หน้าบ้านของพ่อค้าจะมีคุณตาคนหนึ่งพยายามคุยกับยามเพื่อเข้าไปบอกบางอย่างกับพ่อค้าเพื่อนเรา.. ลงมาซ้ายล่างใกล้กำแพง จะมีชาวบ้านจับกลุ่มประชุมลับอะไรบางอย่างอยู่.. ประเด็นก็คือ พ่อค้าเพื่อนเรากำลังทำให้ชาวบ้านไม่พอใจที่ใช้งานพวกเค้าหนักอย่างมาก พวกเค้ากำลังจะก่อกบฏนั่นเอง.. ออกจากเมืองแล้วกลับเข้ามาอีกที รอบนี้เมืองจะถูกชาวบ้านที่ก่อกบฏยึดไว้เรียบร้อย พ่อค้าเพื่อนเราจะถูกขังอยู่ในคุกซ้ายล่าง.. ไปคุยกับเค้า เค้าจะบอกว่า เค้ารู้สึกผิดและขอใช้เวลาสำนึกตัวในนี้สักพัก แล้วจะลองขอโทษและขอโอกาสจากทุกๆคนที่นี้อีกครั้ง.. เค้าจะบอกว่าหลังบัลลังก์เก้าอี้ในบ้านของเค้ามี “ลูกแก้วสีเหลือง” อยู่นั่นเอง เค้าให้เรา.. ก็ให้เราไปสำรวจที่หลังบัลลังก์เก้าอี้ของเค้าในบ้านของเค้า เราก็จะได้ “ลูกแก้วสีเหลือง” มาครอบครองครับ…
ทีนี้ลูกแก้วอภินิหารของเราก็ได้มาครบทุกสีแล้วครับ.. วาร์ปไปยังเมือง “Noaneils” แล้วล่องเรือขึ้นเหนือทะลุไปยังเกาะน้ำแข็งซ้ายล่างของแผนที่โลก… เข้าไปในศาลเจ้าที่อยู่กลางเกาะน้ำแข็งนั้นครับ.. ที่นี่คือวิหารที่เก็บไข่ของนกฟินิกซ์ในตำนาน “ราเมีย” นั่นเอง..
ขึ้นบันไดสูงชันยาวเหยียดไปจนชั้นบนสุด.. จะได้พบกับไข่ของราเมียอยู่ตรงกลาง และแท่นวางลูกแก้วอภินิหารสีทองล้อมรอบไข่ราเมียนั่นเอง.. เอาลูกแก้วทั้งหมดไปวางให้ครบครับ ทุกแท่น เรียงสีแบบไหนก็ได้.. เมื่อวางครบจะเกิดแสงเรืองรอง ไข่ราเมียสั่นดิ๊กๆ ให้เราเดินไปคุยกับเจ๊ที่ยืนทำพิธีหันไปทางราเมียครับ.. แกก็จะพูดนั่นนี่.. เสร็จแล้ว นกฟินิกซ์ในตำนานก็จะฟักออกจากไข่ครับ เธอจะไปรอเราที่ด้านนอก.. คุยกับเจ๊ทั้งสองแล้วออกมา…
สัมผัสกับความละมุนและสง่างามในการขึ้นขี่น้อง “ราเมีย” นกฟินิกซ์ในตำนานได้เลยครับ.. ละมุนทุกวินาทีจริงๆดนตรี.. ลงจอดด้วยการกด B ค้างไว้ครับ.. ขึ้นขี่ด้วย A เลี้ยวซ้ายขวาขึ้นลงได้ตามต้องการ… (ยังคงใช้เวทย์วาร์ปไปไหนก็ได้เหมือนเคย ทั้งเรือและนกจะตามไปด้วยครับ).. ดูเผินๆอาจจะเหมือนบินช้า ยิ่งบินสูงยิ่งจะเหมือนบินช้า แต่จริงๆเราเคลื่อนที่เร็วมากขึ้นกว่าล่องเรือนะครับ.. ให้จ้องที่เงาเราบนพื้น แล้วสังเกตุความเร็วในการเคลื่อนที่ดูครับ…
เมื่อแว๊นซ์ราเมียจนพอใจแล้ว.. ให้ไปที่เมืองสร้างใหม่ที่เราเอาพ่อค้าไปฝากไว้.. กลับไปรอบนี้เค้าจะออกจากคุกแล้วมาอยู่ที่บ้านซ้ายบนของเค้าเรียบร้อยแล้ว.. คุยกับเค้า เค้าจะบอกว่าภาระกิจของเค้าที่นี่เสร็จสมบูรณ์ดีแล้ว น่าจะถึงเวลาที่เค้าต้องกลับไปที่โรงเตี๊ยมรุยด้าแล้วล่ะ.. ว่าแล้วเค้าก็จะเดินทางกลับไปที่อาเลียฮานทันที.. และก็อย่างที่เค้าว่า ถ้าเราอยากเจอเค้าหรือใช้งานเค้า ก็ให้ไปเจอเค้าได้ที่โรงเตี๊ยมรุยด้านั่นเอง…
สำรวจเมืองให้ทั่ว แวะไปช้อปสินค้าในร้านค้าและร้านอาวุธ แล้วออกมาครับ…
ต่อไปเดินทางไปที่ “ปราสาทแห่งราชินีมังกร” ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง “คาซ้าบ หรือ คาซาเว่” นั่นเอง.. เป็นปราสาทที่ถูกล้อมรอบโดยเทือกเขาสูงรอบด้าน.. ทางเดียวที่จะเข้าไปได้คือ ขี่ราเมียไปเท่านั้น.. ลงจอดแล้วเข้าไปในปราสาทครับ.. คุยกับทุกคนจะได้รู้ว่าราชินีมังกรใกล้จะหมดอายุขัยแล้ว.. เดินหาเธอให้เจอ(ทางเข้าจะซับซ้อนนิดหน่อย).. เมื่อเจอเธอ เธอจะมอบ “Light Orb” ลูกแก้วแห่งแสงให้กับเรา หวังให้เรานำความสงบสุขที่แท้จริงกลับมาให้ได้.. แล้วเธอจะไข่ไว้ด้วย 1 ใบ.. เสร็จแล้วออกไปได้ครับ…
จากนี้เราจะไปบุกปราสาทของจอมมาร “บารามอส” กันแล้วนะครับ.. ติดใจการฟาร์มเลเวลตรงจุดไหน ไปฟาร์มซะให้ฉ่ำ เสร็จแล้วขี่ราเมียไปลงจอดใกล้ๆปราสาทเจ้าบารามอสซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของถ้ำ “เนโครกอน” ที่เราเคยไปบุกมานั่นเองครับ..
เข้าไปในปราสาทเจ้าบารามอส.. บรรยากาศ แน่นอนว่า วังเวงแบบสุดๆ.. สิ่งที่ผู้เขียนแนะนำคือ ยังไม่ต้องรีบเข้าไปในตัวปราสาทครับ.. บริเวณพื้นหญ้าหน้าปราสาทและกำแพงด้านขวาสุดของปราสาท คือแหล่งฟาร์มเลเวลที่แจ่มและมันส์แบบสุดๆ.. มอนสเตอร์ให้ค่าตอบแทนที่ดีมากๆ และตัวที่เด็ดสุดๆคือเจ้า “เมทัลบับเบิ้ล” นั่นเอง.. เจ้าเจลฟองน้ำสีเทา.. มีลักษณะแบบเดียวกับ “เมทัลสไลม์” คือตีเข้าทีละ 1 ดาเมจเท่านั้น และชอบวิ่งหนีมากๆ.. แต่ให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าเมทัลสไลม์ถึง 10 เท่า(ฟังไม่ผิดครับ สิบเท่าจริงๆ).. เมทัลสไลม์ให้ค่า Exp = 4,000 แต้ม ส่วนเมทัลบับเบิ้ลให้ค่า Exp = 40,000 แต้มเลยครับ(แทบกรี๊ด).. ถ้ามากัน 4 คน ก็หารกันไปได้คนละ 10,000 นั่นเองครับ.. ซึ่งก็ถือว่าเยอะและฉ่ำอยู่ดี..
เดินฟาร์มเวลจนพอใจแล้วก็ เข้าไปในปราสาทได้ครับ ประตูหน้าจะเป็นเพียงเค้าไปเอาเหรียญ Small Medal ในคุกใต้ดิน ข้างเตียงด้านซ้ายของเจ้าโครงกระดูกนั่นเอง.. (ดูแผนที่ด้านล่างก็จะดีที่สุดครับ ซับซ้อนใช้ได้อยู่) สุดท้ายเราก็จะมาโผล่บนดินด้านหน้าปราสาทอยู่ดี.. ให้เราเดินเลียบกำแพงด้านขวาสุดอ้อมไปเข้าประตูด้านหลังปราสาทเอาครับ.. สำรวจและไปให้ทั่ว เจอจุดที่พื้นเป็นพิษ ก็สามารถใช้เวทย์เคลือบส้นเท้าก่อนเหยียบได้ครับ (Step Guard).. เราจะได้เจอห้องที่มีกล่องสมบัติ 3 กล่อง เก็บให้หมด ของดีๆทั้งนั้น…
เดินต่อไปจนไปทะลุที่พื้นหญ้าหลังปราสาท.. เดินมาทางขวา ก็จะพบทางลงกลางสระน้ำที่มีพื้นพิษล้อมรอบอยู่(เห็นตั้งนานแล้วล่ะ).. ลงไปแล้วไปเรื่อยๆ(ดูแผนที่ถ้างง).. จนสุดทาง เราก็จะได้พบเจ้า “บารามอส” ยืนรอเราอยู่บริเวณบัลลังก์ของมันนั่นเอง(สภาพนี่ ไม่น่าจะสามารถเอาชนะออร์เตก้า เสด็จพ่อของเราได้เลยนะ.. พ่อไม่น่าแพ้นะ สภาพนี้.. 😂).. เอาชนะมันให้ได้ครับ.. ฮีลให้ทัน ฟันให้แรง.. ผู้เขียนแนะนำให้ใช้เวทย์ “เพิ่มพลังป้องกันทุกคน” ก่อนซักสองดอก ใช้เวทย์เพิ่มพลังโจมตีให้ตีแรงยิ่งขึ้นอีกซักหน่อย.. ทีนี้ก็ ซัดกันยาวๆครับ.. เอาให้ลง…
เมื่อเราเอาชนะมันได้.. เราจะได้กลับมาฉลองกับพระราชาที่ราชวังแห่งเมือง “อาเลียฮาน” ของเรา.. แต่ยังไม่ทันจะได้กิ๊วกร๊าวกันเต็มที่.. ก็ต้องสะอึก เมื่อจักรพรรดิแห่งโลกปีศาจตัวจริงปรากฏตัวปรากฏเสียงขึ้น.. มันคือจอมปีศาจ “Zoma : โซม่า” นั่นเอง…
มันแค้นเต็มที่ที่บารามอสถูกเรากำจัดไปได้.. มันอาฆาตว่าจะทำให้โลกอยู่ในเงื้อมมือมันให้ได้ แล้วมันจะทำให้โลกถูกครอบงำด้วยความมืด.. เป็นเหมือนนรกบนดิน อะไรประมาณนั้น…
พระราชาหน้าซีด ตกอยู่ในอาการหวาดกลัวอีกครั้ง พระราชาจะขอให้เราช่วยไปปราบมันทันที และช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกทุกคนเด็ดขาดนะ.. เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านทุกคนที่กำลังดีใจต้องตกอยู่ในความหวาดกลัวอีกครั้งนั่นเอง.. รับบัญชาพระราชา แล้วออกมาจากวังครับ…
ตอนนี้เราจะนอนที่บ้านไม่ได้แล้วนะครับ ต้องไปนอนตามโรงแรมละ แม่จะชมเราไม่ขาดปาก.. พักผ่อนและซื้อไอเท็มให้เพียงพอ แล้วออกเดินทางไปที่เมือง “Portoga” ไปคุยกับสาว “Sabrina” ที่ขวาล่างของเมือง.. เธอกำลังสั่งนั่งจิบไวน์ริมบึงกับแฟนหนุ่มอยู่.. เมื่อเราไปคุยด้วย เธอจะขอบคุณเราที่ทำให้เธอได้มีความสุขกับคนรักที่นี่อีกครั้ง.. เธอจะยก “ดาบประจำตระกูล” ของเธอให้เรา.. เป็นดาบของเลดี้นะครับ เป็นดาบของสาวๆ.. ถ้ามีนักรบสาวอยู่ในกลุ่ม ก็ใช้ได้ครับ.. ถ้าไม่มีก็ เก็บเป็นของสะสมไปครับ…
เตรียมตัวให้พร้อม.. แล้วขี่นกลาเมียไปที่ถ้ำทางขวาของปราสาทบารามอส.. เราจะได้พบหลุมยักษ์ขนาดใหญ่ และมีทหารอยู่บางส่วน.. คุยกับพวกเค้าจะได้ทราบว่า มีทหารเพื่อนพวกเค้าบางคนตกลงไปด้วย… พร้อมแล้วกระโดดลงไปได้เลยครับ…..
ตะลุยโลกใต้พิภพ!!!
เมื่อตกลงมายังโลกด้านล่าง.. ให้เราเดินลงมาคุยกับผู้คนแถวนั้น.. เค้าจะทักทายเราประมาณว่า “อ้าว..ผู้มาเยือนจากโลกอื่นอีกแล้วรึ? ยินดีต้อนรับสู่อเลฟการ์ด ดินแดนแห่งความมืดหม่น” อะไรประมาณนั้นเลยทีเดียว.. ลงมาไม่ไกลจะได้พบกับเด็กน้อย ที่จะให้ข่าวสารกับเราว่าทางทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของปราสาท “ลาดาต้อม” นั่นเอง… (ปราสาทบ้านเกิดของพระเอกภาค 1 ที่เราคุ้นเคยนั่นเอง)
หนุ่มน้อยจะให้เรายืมเรือใกล้ๆนั่นด้วย.. ขึ้นเรือแล้วล่องมาทางทิศตะวันออกด้านขวามือครับ.. ขึ้นฝั่งไม่ไกลเราก็จะได้พบกับหมู่บ้านลาดาต้อมสมใจ… คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว เราจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องที่เจ้าจอมปีศาจ “โซม่า” ครอบงำดินแดนแห่งนี้อยู่.. มันเป็นลูกพี่ของเจ้าบารามอสอีกที.. ในโบสถ์ขวาบน จะมีทางขึ้นไปคุกด้วย.. ในห้องขังเราจะได้พบกับเจ้าโจร “Kandar” มันจะบอกใบ้ว่า ในปราสาทลาดาต้อมมี “หินสุริยะ” ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง..
เดินมาขวาสุดของหมู่บ้านจะเป็นทางเดินไปยังตัวปราสาท “ลาดาต้อม”.. ไปโลด.. เข้าไปหาพระราชา.. คุยกับทุกคน คุยกับพระราชา.. แล้วเดินออกจากท้องพระโรงโดยประตูลูกกรงด้านล่าง(ถัดจากบันไดที่เราขึ้นมา) เราจะมาโผล่ที่ระเบียงปราสาท.. ทางซ้ายบนจะมีบาทหลวงเดินอยู่คนเดียว.. เข้าไปคุยกับเค้า เค้าจะให้แผนที่โลกใต้พิภพนี้กับเรา(สามารถกด R เพื่อดูได้).. ลงมาที่ชั้นล่าง เข้าไปในครัวทางซีกขวาของปราสาท.. บริเวณกลางล่างค่อนไปทางซ้ายนิดหน่อยของห้องครัว จะมีทางลับไปเอา “หินสุริยะ” ไอเท็มในตำนานแห่งปราสาทนี้.. ไปเก็บมาครอบครองไว้ครับ…
จากนั้นออกจากลาดาต้อม.. ออกเดินทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุด จะได้พบกับสถานที่คล้ายศาลเจ้า แต่พอเข้าไปจะเป็นบ้านของครอบครัวหนึ่ง คุยกับพวกเค้าแล้วเดินขึ้นไปด้านบน จะพบทางไปหากล่องสมบัติ.. ภายในกล่องสมบัติเราจะไม่พบอะไร.. ให้เรายืนด้านขวาของกล่อง แล้วหันหน้ามาทางขวา กดสำรวจ.. เราก็จะได้ “พิณสีเงิน” ในตำนานมาครอบครอง…
กลับมาตั้งหลักที่ลาดาต้อม.. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ.. เสร็จแล้วออกเดินทางลงมาทางทิศใต้ ข้ามสะพานไป จนพบกับเขตทะเลทราย.. เดินมาทางตะวันออกนิดหน่อยก็จะได้พบกับเมือง “ดอมโดร่า”.. คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว.. ที่ร้านอาวุธมีอาวุธและเครื่องป้องกันดีๆขาย.. ที่คอกม้าบริเวณขวาล่างของหมู่บ้าน ตรงกลางของพุ่มไม้ กดสำรวจจะได้แร่ “โอริชาแซม” แร่สำคัญมาครอบครอง.. ที่โรงแรมชั้นสอง เราจะได้พบกับ “ลีน่า” สาวนักเต้นเบอร์ต้นๆจากเมือง “อซาลาม” เธอจะบอกว่า ฝากความคิดถึงๆหัวหน้าที่รักของเธอที่นั่นด้วย…
ออกมาแล้ววาร์ปกลับไปยังเมือง “อซาลาม”.. เข้าเมืองในตอนกลางคืน แล้วไปที่เวทีนักเต้นซ้ายล่าง.. เดินเข้าไปหลังเวทีที่ห้องผู้จัดการ(ถ้ามาตอนกลางวันจะไม่ได้คุยกับเค้า เพราะทำงานอยู่ ต้องมาตอนกลางคืน).. คุยกับผู้จัดการผู้ชาย.. เค้าจะถามข่าวสารที่เราได้เจอ “ลีน่า” แดนซ์เซอร์คนโปรดของเค้านั่นเอง.. สุดท้ายเค้าจะตอบแทนเราด้วยชุด “บิกินี่แดนเซอร์” ซึ่งจะเพิ่มพลังป้องกันอย่างดีให้สาวๆเลยทีเดียว…
จากนั้นวาร์ปกลับไปยังเมือง “ลาดาต้อม” อีกครั้ง.. ขึ้นเรือที่เราแฮปเด็กมาในตอนแรกแล้วจอดไว้ใกล้ๆลาดาต้อม.. ล่องเรือออกมาทางตะวันตกจนออกจากแผ่นดิน.. จากนั้นล่องเรือตีโค้งไปที่เมือง “ไมร่า” ซึ่งอยู่ขวาบนสุดของดินแดนใต้พิภพนี้นั่นเอง(ไม่สามารถล่องเรือทะลุแมพได้นะครับ).. ใครเคยเล่นภาค 1 มาแล้ว หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาค 1 อย่างดี.. ก็จะจำเมืองไมร่านี้ได้อย่างดี.. คือเมืองที่เราไปเก็บ “ขลุ่ยแห่งนางภูต” นั่นเอง…
เข้าไปในเมือง.. ในบ่อน้ำสามารถเข้าไปเล่นเกมกระดานได้ เพื่อชิงรางวัล หรือผ่อนคลาย.. ไปยังร้านไอเท็มซ้ายล่าง ขึ้นไปชั้นสอง จะได้พบกับคนขายที่มาจากเมือง “จิปัง” ให้ขายไอเท็มแร่ “โอริชาแซม” ที่เราได้มาจากคอกม้าเมือง “ดอมโดร่า” ให้เค้าในราคา 22,500 บาท.. จากนั้นออกจากเมือง เพื่อให้เวลาผ่านไป แล้วกลับเข้ามา.. เมื่อเราเลือกเมนู “ซื้อของ” รอบนี้จะมีอาวุธใหม่ ที่หมอนี่ตีขึ้นมาจากแร่ของเราขายในราคา 35,000 บาท.. จัดมาครับ.. ของดี….. จากนั้นไปเอา “ขลุ่ยแห่งนางภูต” ใกล้ๆที่เดิมนั่นเอง.. ช่องที่ 3 ลงมาจากบ่ออาบน้ำสาธารณะด้านบนของหมู่บ้าน กดสำรวจ เราก็จะได้มันมาครอบครอง…
วาร์ปมาตั้งหลักที่เมือง “ดอมโดร่า” อีกครั้ง.. เดินดิ่งลงใต้มา จะเจอกับสะพานเพื่อไปทางตะวันออก.. ข้ามไปครับ แล้วเดินขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเรื่อยๆ.. เจอสะพานแรก ไม่ต้องข้าม ปล่อยไว้ก่อน แล้วเดินขึ้นตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป.. ไปตามทางจะเจอกับสะพานและเถาวัลย์พิษหนึ่งกระหย่อม ให้ใช้เวทย์เคลือบฝ่าเท้า(Step Guard) แล้วข้ามไป.. เดินลงใต้มานิดหน่อย ก็จะได้พบกับเมือง “เมลกริด” หรือเมลกิโด้ในตำนานนั่นเอง(เมืองที่มีโกเลมสีส้มเฝ้าหน้าเมืองในภาค 1)
คุยกับชาวบ้านให้ทั่ว เราจะได้ข้อมูลว่าที่นี่ถูกปีศาจโจมตีบ่อย ชาวบ้านหลายคนหวาดกลัว,หลบซ่อน,และไม่อยากทำงานกัน.. ขวัญหนีดีฝ่อ.. เราจะได้พบกับนักวิจัยที่กำลังจะสร้างมอนสเตอร์พิทักษ์เมือง(ซึ่งก็คือเจ้าโกเลมส้มสุดโหดแต่ขี้เซาที่เราได้เจอในภาค 1 นั่นเอง).. ฝ่าพื้นพิษเข้าไปคุยกับพระราชา เค้าจะบอกว่าถ้าเราคิดจะปราบเจ้าโซม่า ต้องมุ่งหน้าไปที่วิหารแห่งเกียรติยศอะไรซักอย่าง.. เมื่อคุยกับทุกคนแล้ว ก็ออกมาครับ…
วาร์ปกลับไปตั้งหลักที่เมือง “ดอมโดร่า” อีกครั้ง.. เดินลงใต้ข้ามสะพานมาทางเดิม.. เดินขึ้นมาทางตะวันออกเฉียงเหนือเรื่อยๆ.. เจอสะพานแรก คราวที่แล้วเราเลยมันไป แต่ครั้งนี้เราจะข้ามมันไปครับ.. ข้ามสะพานแรกนี้มาเลย.. เมื่อเจอทางแยกให้ลงใต้มาทางทะเลทราย เดินไปไม่ไกลจะพบบึงพิษขวางอยู่และมีวิหารอยู่กลางบึง.. ใช้เวทย์เคลือบเท้าเราก่อนหนึ่งกรุบ แล้วเดินข้ามไปครับ.. เข้าไปในวิหาร.. ชั้นล่างเราจะพบสาวเอลฟ์ผู้ช่วย ให้ขึ้นไปชั้นสอง เราจะได้พบกับนางพญาผมเขียวหนึ่งนาง.. เธอคือเจ้าของเสียงที่คุยกับเราตอนเริ่มต้นเกมนั่นเอง เธอใช้วิชาเชื่อมจิตและนำพาเรามา เพื่อให้มาช่วยผู้คนที่นี่นั่นเอง..
เธอจะมอบ “คฑาแห่งเมฆฝน” หนึ่งในไอเท็มสำคัญในตำนานอีกหนึ่งชิ้นให้กับเรา.. ได้แล้วออกมาครับ..
วาร์ปไปตั้งหลักที่เมือง “ไมร่า” พักผ่อนให้เพียงพอแล้วขึ้นเรือ ล่องเรือมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ(ไม่ไกล).. จะได้พบกับหอคอย “Rubiss : รูบิส” (เห็นตั้งแต่ตอนมาแล้วล่ะ) เป็นหอคอยที่ “รูบิส” ผู้สร้างดินแดนอเลฟการ์ดแห่งนี้ถูกสาปให้เป็นก้อนหินไว้ที่ชั้นบนสุด.. เราต้องมาช่วยปลดปล่อยเค้า.. เข้าไปเลยครับ…
มอนสเตอร์ในนี้จะโหดหน่อย แต่ก็ให้ Exp เยอะทีเดียว.. ที่สำคัญ จะได้พบ “เมทัลบับเบิ้ล” บ่อยๆครับ(ตัวเงินตัวทองด้าน Exp แบบสุดๆ)… ทางไปเคลียร์หอคอยนี้มี 2 ทาง คือทางไปปกติ เพื่อไปเก็บ “บูมเมอแรงไฟร์” และ “ชุดเกราะแห่งแสง”.. ไปทางปกตินี้ก่อนครับ.. ก็เดินสำรวจให้ทั่ว หาบันไดขึ้นไปเรื่อยๆ เจอกล่องสมบัติก็เก็บให้หมดครับ.. จุดควรระวังอย่างมากของหอคอยนี้คือ “พื้นข้าวหลามตัดสองสี” ที่เมื่อเราไปเหยียบทิศทางการเคลื่อนที่ของเราจะถูกเปลี่ยนไปหมด เช่น กดขึ้นเป็นขวา กดลงเป็นซ้ายเป็นต้น ระวังให้ดีมากๆ.. อย่าเพิ่งไปเหยียบมันในตอนนี้…
จุดที่เป็นที่เก็บ “บูมเมอแรงไฟร์” จะเป็นกล่องสมบัติติดกัน 4 กล่อง ด้านบนกับด้านล่าง ถูกล้อมรอบด้วยพื้นพิษและพื้นข้าวหลามตัดนั่นเอง.. ไม่ต้องไปเหยียบพื้นข้าวหลามตัด ให้ใช้เวทย์เคลือบฝ่าเท้าแล้วเดินลุยพื้นพิษเอา… ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงชั้นบนสุดในทางปกตินี้ จะได้พบกับกล่องสมบัติที่อยู่ปลายแท่งทางเดินยาวที่มีพื้นข้าวหลามตัดขวางอยู่สองช่วง.. สูดหายใจให้ลึกแล้วก้าวออกไปครับ.. ช่วงแรกให้เลือกเหยียบเส้นทางเดิน “ล็อคบน” แล้วกด ขึ้น,ขึ้น,ขึ้น ก็จะผ่านไปได้ครับ.. ช่วงที่สองให้เลือก “ล็อคล่าง” แล้วกด ลง,ลง,ลง ก็จะผ่านไปได้ครับ.. เก็บ “ชุดเกราะแห่งแสง” แล้วกระโดดลงมาที่ชั้นล่าง…
เมื่อตกถึงพื้น.. ให้เดินลงมา ออกจากห้อง แล้วไปทางซ้าย.. เดินไปตามทางจนถึงจุดพื้นข้ามหลามตัด.. เลือกช่องบนนั่นล่ะ เดินเข้าไป แล้วกระโดดลงไปด้านบน.. เราจะไปตกโซนพิเศษที่ว่า.. เดินเข้าไปในตัวหอคอย แล้วหาทางขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 5 ชั้นบนสุดของจริง.. เดินเข้าไปในห้องที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ตรงกลาง.. ยืนต่อหน้ารูปปั้นแล้วกดใช้ “ขลุ่ยแห่งนางภูติ” ที่เราได้มาจากเมืองไมร่า..
คำสาปจะถูกคลาย.. รูปปั้นจะกลายร่างแท้จริงดังเดิม.. เธอจะเล่าทุกอย่างให้เราฟังว่าเธอคือใครและให้ไอเท็มสำคัญ “Sacred Talisman” กับเรา พร้อมกับฝากเรากระทืบไอ้โซม่าด้วย… เรียบร้อยแล้วออกมาครับ(เดินหรือใช้เวทย์วาร์ปออกมาก็ได้)…
จากนั้นล่องเรือเดินทางสู่ทวีปขวาล่าง เพื่อไปยังเมือง “ริมูดาล” (ใครเล่นภาค 1 มาแล้วคุ้นแน่นอน)… พูดคุยกับชาวบ้านให้ทั่วเพื่อซึมซับข้อมูล, ซื้ออาวุธและไอเท็ม, พักผ่อน, แล้วเดินตีมอนส์ฯให้ฉ่ำที่สุด(แถวนี้มีโอกาสที่จะได้เจอกับ “เมทัลบับเบิ้ล” บ่อยมากๆ).. ตรงนี้คือโค้งสุดท้ายของเกมดราก้อนเควสต์ภาค3นี้แล้วนะครับ.. ติดใจอะไรตรงไหน ไปจัดการซะให้เรียบร้อย.. มีไอเท็ม “ลูกแก้วแห่งแสง” ไว้ในครอบครองแล้วหรือยัง เตรียมให้พร้อมด้วย เพราะเป็นไอเท็มสำคัญที่ใช้ปราบเจ้า “โซม่า”…
พร้อมแล้วออกเดินเรือมาที่เกาะทางใต้ของเมือง “ริมูดาล”.. กลางเกาะจะมีศาลเจ้า “วิหารเกียรติยศ” ตั้งอยู่.. เข้าไปจะได้พบจอมเวทย์นักบวชที่รอให้เราเอาไอเท็มในตำนานทั้ง 3 มาหลอมรวมเพื่อให้ได้ “สร้อยคอสายรุ้ง” เพื่อใช้สร้างสะพานข้ามไปหาปราสาทเจ้า “โซม่า” นั่นเอง…
มีครบแล้วก็เข้าไปคุยกับเค้าได้เลย.. เค้าก็จะหลอมให้เราทันที.. ได้มาแล้วก็เดินทางไปสู่ “เส้นทางขาด” ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง “ริมูดาล”.. เมื่อยืนหันหน้าไปทางเส้นทางที่ขาด ก็ให้กดใช้ไอเท็ม “สร้อยคอสายรุ้ง” ที่เพิ่งได้มาได้เลย.. ก็จะปรากฏ “สะพาน” ขึ้นครับ.. ข้ามไปโลด…
ข้ามมาแล้ว จะได้พบกับมอนสเตอร์ตึงๆมือขึ้นอีกระดับ ระวังตัวด้วย.. เดินไปจนถึงตัวปราสาทก็เข้าไปครับ…
สำหรับในปราสาทของเจ้า “โซม่า” นี่.. เอาจริงๆก็ไม่ได้ซับซ้อนเท่าไหร่ แค่มีทางหลอกให้เดินไปเสียเวลาเท่านั้น.. แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจ ทางเกมเอ็กซ์แม็กกาซีนจึงได้นำแผนที่ปราสาทของเจ้าโซม่าทั้งปราสาท มาทำจุดมาร์กไว้เรียบร้อยครับ.. เรียงลำดับการทำกิจกรรม 1,2,3,4,5 ไปเรื่อยๆ.. กดซูมดูหรือคลิกที่แผนที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ แล้วทำตามลำดับไปเรื่อยๆ เขียนเป็นภาษาไทยเรียบร้อยครับ…
สรุปคร่าวๆจะประมาณนี้ครับ.. อันดับแรกไปเก็บ “Small Medal” ที่ห้องขวาล่าง ตรงกลางพื้นพิษอันบน.. ไม่ต้องลงบันไดไหนทั้งนั้น ทางหลอกหมด.. เสร็จแล้วไปที่ห้องกลาง ปราบอสูรหินผู้พิทักษ์ปราสาททั้ง 6 ตัว(ที่ยืนอยู่นั่นล่ะ) แล้วจึงจะผ่านประตูไปได้.. อย่าลืมร่ายเวทย์เคลือบฝ่าเท้าให้เรียบร้อย ก่อนเดินเข้าไป จะได้ไม่ร้อง “อ้าวช์! อู้วช์!” เพราะแสบตรีน… ไปสำรวจเก็บ “Small Medal” ที่หน้าบัลลังก์.. ได้แล้วเดินอ้อมไปหลังบัลลังก์ สำรวจหาบันไดลับให้เจอ.. เจอแล้วลงไปครับ.. ไปต่อบันไดอีกอัน.. พอโผล่มา ไม่ต้องไปบันไดทางขวาให้เสียเวลา ห้องหลอก.. ให้เดินขึ้นไปด้านบนเพื่อเจอกับพื้นเลื่อนมหัศจรรย์.. ถ้าไม่มีสูตร คงปวดหัวน่าดูเลย.. แต่เรามีสูตร เราจ๊าบ.. ให้เราไปเหยียบแผ่นซ้ายบน(ที่ยื่นออกมา).. แล้วกด “บน” ค้างยาวๆเลย.. ไม่ต้องปล่อยมือ.. เราจะไปหยุดที่ห้องด้านบน เพื่อไปต่อได้ทันที…
โผล่มาอีกชั้น.. ให้เดินไปเก็บ ‘ดาบต้องสาป” ที่ซ้ายล่าง(จุดที่ 6.).. เก็บแล้วไม่ต้องสวมใส่นะ จะติดคำสาปทันที.. ฟันแรงขึ้นสองเท่าก็จริง แต่จะสะท้อนมาทำดาเมจให้ตัวเองบาดเจ็บอีกด้วย.. ไม่คุ้ม.. เก็บไว้จำนำเวลาร้อนเงินพอครับ… แต่ถ้าเผลอใส่ไป ให้ใช้ “นักปราชญ์” หรือเพื่อนที่มีเวทย์ถอนคำสาป ปลดพันธนาการให้ครับ… แล้วไปลงบันไดขวาบน…
โผล่มาอีกชั้น.. เดินไปตามทาง.. เมื่อถึงคอสะพาน เราจะได้ยินเสียงการต่อสู้ มีใครบางคนกำลังสู้กับมอนสเตอร์อยู่.. เดินข้ามสะพานไปจึงได้พบว่า.. เป็นเสด็จพ่อของเรา “ผู้กล้าออเตก้า” นั่นเอง.. กำลังซัดกับ “คิงไฮดร้า” อยู่…
แต่ด้วยความที่ มาคนเดียว ใส่เดี่ยวมาตลอดทางยาวนาน.. สุดท้าย พ่อของเราก็พลาดท่า เวทย์หมด ถูกคิงไฮดร้าโจมตีใส่อย่างจัง.. บาดเจ็บสาหัส… เมื่อเราเดินเข้าไปคุยด้วย.. ออเตก้าจะอยู่ในอาการ บาดเจ็บสาหัสขั้นสุดแล้วจริงๆ.. มองอะไรไม่เห็นแล้ว ได้ยินลางๆเท่านั้นว่ามีคนมา.. เค้าจะสั่งลา โดยฝากให้เราซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ที่ผ่านมา ถ้าได้เดินทางผ่านไปเมือง “อาเลียฮาน” ฝากบอกลูกชายและภรรยาของเค้าด้วย ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่นี… แล้วออเตก้าก็เสียชีวิตจริงๆตรงนี้.. (เวรกรรมจริงๆ อุตส่าห์ได้เจอกัน)..
เดินไปตามทาง.. เดินเข้าห้องลงมาเก็บสมบัติจุดที่ 9… ไปลงบันไดจุดที่ 10… แล้วสุดท้ายเราจะไปโผล่ที่ห้องไฟนอลรูมแล้วครับ.. ห้องสุดท้ายๆสุด ที่เราจะมาฟันหน้าเจ้า “โซม่า” กัน…
เดินไปตามทางจนสุดทางตรงกลางบันได.. ไฟสวาทจะถูกจุดขึ้นสองข้างทาง 🙂 .. เจ้า “โซม่า” จะโผล่มาปากดีใส่เราก่อนจะถอยไปก่อน.. จากนั้นเดินลงไป(ซ้ายหรือขวาก็ได้)… เดินขึ้นไป.. ระหว่างทางเราจะได้เจอลูกน้องของมันขวางทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน.. “King Hydra”,”BaraBros”,”BaraZomb” ไม่ยากไม่ง่าย จัดการให้เรียบครับ…
เมื่อผ่านเจ้าสามตัวนั้นมาได้ สุดท้ายเราจะได้พบกับเจ้า “Zoma” นั่งรออยู่ที่บัลลังก์นั่นเอง.. มันจะตกใจพอสมควรที่เราจัดการลูกน้องมันได้ทั้งหมด…
เข้าสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายแห่งโชคชะตาของเรา.. ก่อนจะสู้กับโซม่า มีข้อแนะนำนิดหน่อยนะครับ อย่างแรกคือ อย่าลืมให้ใครคนใดคนนึงถือไอเท็ม “ลูกแก้วแห่งแสง” เอาไว้ให้พร้อม.. อย่างที่สอง เลือกอาวุธชุดป้องกันที่ถูกต้องที่สุดให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องไปถอดไปเปลี่ยนตอนสู้.. อย่างที่สาม พกแหวนเติมเวทย์กันไว้ให้พร้อมในทุกๆคนที่ใช้เวทย์.. อย่างที่สี่ พกไอเท็มยาและของที่มีประโยชน์ในการต่อสู้ให้ครบมือ… ประมาณนั้นครับ…
ดอกแรกเมื่อบวกกัน.. ให้ขว้าง “ลูกแก้วแห่งแสง” ใส่มันก่อนเลยครับ.. บาเรียเวทย์พิเศษของมันจะถูกทำลาย ชุดของมันจะกลายเป็นโทนสีส้มแทนสีฟ้า(ถ้าไม่ใช้ไอเท็มนี้ จะเหนื่อยมากๆ โหดมากๆ.. ไอเท็มนี้ช่วยได้เยอะครับ..).. จากนั้นก็ตามสเต็ปครับ.. ฮีลให้ทัน ฟันให้แรง ดึงกันให้ถึงที่สุด.. ตายกันไปข้าง.. 🙂 โหดใช้ได้ทีเดียวล่ะ.. โจมตีได้หลายครั้งต่อหนึ่งเทิร์น แถมแต่ละครั้งเป็นท่าที่โดนทุกคนอีกด้วย.. แสบทีเดียว.. แต่ยังไงก็ต้องเอาให้ลงครับ งัดทุกเทคนิคที่มีออกมา ปราบมันลงให้จงได้!!!…
เมื่อเราเอาชนะมันได้ในที่สุด.. ก่อนมันจะตาย มันจะปากดี ข่มขู่และสาปแช่งเราอีกตามเคย.. เราก็คิดในใจ แล้วแต่เมิงเถอะ โผล่มาอีกผมก็จะฟันหน้าคุณอีกครั้งนั่นแหละ 🙂 ….. จากนั้นปราสาทจะติดไฟลุกไหม้ ทำท่าจะถล่มลงมา.. ให้เราวิ่งลงมาด้านล่าง เราจะพลัดตกลงไปในหลุมแตก…
เราจะตกลงมาเจอกับกล่องสมบัติหลายกล่องเลย.. เก็บให้หมด(เรางก)… แล้วเดินออกมาเรื่อยๆ.. เราจะมาโผล่ที่สุสานกาไรทางทิศเหนือของปราสาท “ลาดาต้อม” นั่นเอง… ท้องฟ้าจะเปลี่ยนจากสีมืดครึ้มที่เป็นมายาวนาน กลายเป็นท้องฟ้าที่สว่างสดใสไฉไลอีกครั้ง…
เดินกลับไปยังหมู่บ้านลาดาต้อมทางใต้.. คุยกับชาวบ้านและเด็กๆ พวกเค้าจะดีใจกันมากๆที่เราปราบเจ้าโซม่าได้แล้ว.. เดินเข้าไปหาพระราชาในปราสาท เราจะได้พบกับฉากจบที่รอมานานครับ.. พระองค์จะเฉลิมฉลอง อวยยศเราชื่นมื่นเบิกบาน.. อาวุธและชุดเกราะของเราจะถูกเก็บรักษาอย่างดี เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ใช้งานกันอีกครั้งเมื่อมีภัยจากปีศาจร้ายเกิดขึ้น… จบบริบูรณ์เช่นนั้นแล………
********* จบบริบูรณ์ *********
(ยังไม่จบนะครับ.. มีต่อเรื่อยๆครับ…)
บทสรุปคลาสสิคจาก GameMag Special.



แผนที่ Dragon Quest 3.
#DRAGON QUEST 3
บทสรุป Dragon Quest, Dragon Quest 3, DragonQuest3, บทสรุป Dragon Quest 3, บทสรุป DragonQuest3, บทสรุป ดราก้อนเควสท์ภาค 3, บทสรุป ดราก้อนเควสท์ภาค3, บทสรุป Dragon Quest 3, บทสรุป DragonQuest3, ดราก้อนเควสท์ภาค 3, ดราก้อนเควสท์ภาค3, บทสรุป DQ3, บทสรุป Dragon Warrior, บทสรุป Dragon Warrior 3, Dragon Warrior, Dragon Warrior 3,
ที่มา : Gamemag Special Vol. 6